แชร์สาระ!! น้ำในหูไม่เท่ากัน รักษาให้หายได้ด้วยสมุนไพรยาชงชนิดนี้.. ยาดีใกล้ตัวอย่ามองข้าม!!

0

แชร์สาระ!! น้ำในหูไม่เท่ากัน รักษาให้หายได้ด้วยสมุนไพรชนิดนี้.. ยาดีใกล้ตัวอย่ามองข้าม!!

โรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้น จะมีอาการวิงเวียน บ้านหมุน และหากเป็นหนักมากก็อาจถึงขั้นหูหนวกได้ วันนี้ไข่เจียวเลยมีอีกหนึ่งสมุนไพรไกล้ตัว ที่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายได้ด้วย คือ ต้นน้ำนมราชสีห์ ใช้ทั้งต้นชงดื่มรับรองหาย

  1. ต้นน้ำนมราชสีห์ล้าง
  2. ตากแดดให้เหี่ยว เอามาตัดเป็นท่อน
  3. ตากจนแห้ง
  4. คั่วไฟจนเหลืองเป็นชาสำหรับชงน้ำ ทิ้งให้เย็นเก็บใส่ขวดแห้งๆกระป๋องปิดสนิทเก็บไว้ชงน้ำร้อนดื่ม
  5. หยิบน้ำนมราชสีห์ใส่ถ้วยกระเบื้อง หรือกาประมาณ 1 ขยุ้มมือหรือ1 หยิบมือใส่น้ำร้อนดื่มต่างน้ำ

ทั้งนี้สมุนไพรชนิดนี้ยัง มีประโยชน์ทางยาไม่น้อยเลยนะคะ เรามาดูกันค่ะ จะใช้ประโยชน์อะไรจาก “น้ำนมราชสีห์” ได้บ้าง

  1. แก้บิดมูกเลือด ใช้ทั้งต้นแห้ง 15-25 กรัม ผสมน้ำตาลทราย
  2. ช่วยแก้อาการท้องผูก ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ นำทั้งต้นมาต้มกับน้ำดื่มรับประทาน
  3. แก้เบาขัด หนองใน ปัสสาวะเป็นเลือด ใช้ต้นสด 30-60 กรัม ผสมน้ำดื่มวันละ 2 ครั้ง
  4. แก้ฝีมีหนองลึกๆ ใช้ใบสด 1 กำมือ ผสมเกลือและน้ำตาบทรายแดงอย่างละเล็กน้อยตำพอก
  5. แก้ฝีในปอด ใช้ต้นสด 1 กำมือ ตำคั้นเอาน้ำครึ่งแก้ว ผสมน้ำดื่ม
  6. แก้ฝีที่เต้านม ใช้ต้นสด 60 กรัม รวมกับเต้าหู้ 120 กรัม ต้มรับประทาน ใช้ต้นสด 1 กำมือ ผสมเกลือเล็กน้อย ตำผสมน้ำร้อนเล็กน้อยพอกบริเวณที่เป็น
  7. แก้เด็กเป็นตานขโมย (ผอม พุงโร ก้นปอด) ใช้ต้นสด 30 กรัม กับตับหมู 120 กรัม ตุ๋นรับประทาน
  8. แก้เด็กศีรษะมีแผลเปื่อยเน่า มีน้ำเหลือง ใช้ต้นสด 1 กำมือ ต้มเอาน้ำชะล้างแผล
  9. แก้ขาเป็นกลาก เน่าเปื่อย ใช้ต้นสด 100 กรัม แช่ในแอลกอฮอล์ 75% จำนวน 500 มิลลิลิตร 3-5 วัน เอาไว้ทาบริเวณที่เป็นบ่อยๆ
  10. แก้บาดแผลมีเลือดออก ใช้ใบสดขยี้หรือตำพอกแผลห้ามเลือด
  11. ยางใช้กัดหูด ตาปลา ใช้ยางขาวทาที่เป็นบ่อยๆ
  12. ขับน้ำนม นำทั้งต้นมาต้มกับน้ำดื่มรับประทาน
  13. บำรุงกำลัง ช่วยดับร้อน แก้พิษ แก้ชื้น สงบประสาทและช่วยทำให้นอนหลับได้สนิท นำทั้งต้นมาต้มกับน้ำดื่มรับประทาน
  14. ช่วยแก้อาการไอ ช่วยแก้หืด แก้หืดไอ หายใจขัดเนื่องจากหืด ช่วยแก้อาการแพ้อากาศ แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง นำทั้งต้นมาต้มกับน้ำดื่มรับประทาน

วิธีรักษาโรคเมเนียส์

ดังที่กล่าวมาแล้วว่า อาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้น เมื่อมีอาการดังกล่าว ผู้ป่วยจึงควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัดและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป สำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเมเนียส์ การรักษาจะประกอบไปด้วยการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเมื่อเกิดอาการบ้านหมุน การให้ยาบรรเทาอาการ การรักษาไปตามสาเหตุของโรค และการผ่าตัดในรายที่มีอาการรุนแรงและไม่สามารถควบคุมได้จากการใช้ยา

ผู้ป่วยควรปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ (วิธีเหล่านี้อาจช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการกำเริบห่างขึ้นได้)

  1. เมื่อมีอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนในขณะเดิน ควรหยุดเดินและนั่งพัก เพราะการฝืนเดินต่อไปในขณะเวียนศีรษะ อาจทำให้ผู้ป่วยล้มหรือเกิดอุบัติเหตุได้ แต่ถ้าเกิดอาการในขณะขับรถหรือทำงาน ควรหยุดรถที่ข้างทางหรือหยุดการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกลต่าง ๆ ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ถ้าวิงเวียนศีรษะมากให้นอนบนพื้นราบที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เช่น พื้น และผู้ป่วยควรมองไปยังวัตถุที่อยู่นิ่งไม่เคลื่อนไหว ซึ่งจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ ถ้าอาการเวียนศีรษะน้อยลงแล้ว ให้ค่อย ๆ ลุกขึ้น แต่ผู้ป่วยอาจรู้สึกง่วงหรืออ่อนเพลียได้ จึงแนะนำให้นอนหลับพักผ่อน ซึ่งจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้
  2. รับประทานยาที่แพทย์ให้รับประทานเวลาเวียนศีรษะ
  3. ลดหรือจำกัดการรับประทานอาหารเค็มจัด เพราะความเค็มหรือเกลือโซเดียมที่มีปริมาณมากขึ้นในร่างกายจะทำให้มีน้ำคั่งในร่างกายและในหูชั้นในมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้อาการของผู้ป่วยแย่ลงได้
  4. พยายามอย่ารับประทานอาหารหรือดื่มน้ำมากนัก (เพื่อลดปริมาณของเหลวในหูชั้นใน) จะได้มีโอกาสอาเจียนน้อยลง
  5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงที่หูชั้นใน
  6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทุกหมู่และถูกต้องตามหลักอนามัย
  7. ลดหรือหลีกเลี่ยงสารกาเฟอีน (จากการดื่มชา น้ำอัดลม กาแฟ และช็อกโกแลต) เครื่องดื่มบำรุงกำลัง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และความเครียด เพราะปัจจัยเหล่านี้จะทำให้อาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้แย่ลง เนื่องจากจะไปลดเลือดที่ไปเลี้ยงหูชั้นใน
  8. หลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะในระหว่างที่เกิดอาการวิงเวียน เช่น การก้ม เงยคอ หรือหันคออย่างเต็มที่, การหมุนศีรษะไว ๆ, การเปลี่ยนท่าทางหรืออิริยาบถอย่างรวดเร็ว เป็นต้น
  9. หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ เช่น การเดินทางโดยเรือ, ความเครียดหรือความวิตกกังวล, การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ, สารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ (ถ้าแพ้) เป็นต้น นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้ามาก ๆ ด้วย เช่น การทำงานติดต่อกันนาน ๆ หรือการออกกำลังกายอย่างหักโหม เนื่องจากอาการบ้านหมุนมักจะเป็นมากเวลาที่ร่างกายเหนื่อยล้าหรือมีภาวะเครียดทางจิตใจ แต่จะเป็นห่างขึ้นเมื่อสุขภาพทั่วไปแข็งแรงดีและมีจิตใจไม่เครียด
  10. สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอื่น ๆ ได้แก่ เสียงดังมาก ๆ, การยืนในที่สูง, อุบัติเหตุหรือการกระทบกระเทือนบริเวณหู, การติดเชื้อของหูหรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน, การใช้ยาที่มีพิษต่อประสาทการทรงตัว (เช่น แอสไพริน (Aspirin), อะมิโนไกลโคไซด์ (Aminoglycoside), ควินิน (Quinine) เป็นต้น)
  11. ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคเลือด โรคซีด โรคไต โรคกรดยูริกในเลือดสูง ควรรักษาและควบคุมโรคเหล่านี้ให้ดี

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากอยากใช้ประโยชน์ และสรรพคุณจากพืชสมุนไพร “น้ำนมราชสีห์” ควรอยู่ภายใต้การดูแลควบคุมของผู้รู้จริง และปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันก่อนด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของคุณค่ะ

ที่มา : kaijeaw, medthai, หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2.  “โรคเมเนียส์ (Ménière’s disease/Endolymphatic hydrops)”.  (นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ)

 

แสดงความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here