ครม.อนุมัติงบ ซื้ออีก 2.3 พันล้าน รถเกราะจีน 34 คัน -ตอบ4 คำถาม “บิ๊กตู่” ยังเหงา

0
392

ครม.อนุมัติงบ 2.3 พันล้านจัดซื้อรถเกราะจากจีน 34 คัน ตั้งอีก 6 โฆษกประจำรอง นายกฯ ตอบ4 คำถาม “บิ๊กตู่” วันที่สองยังเงียบเหงา นายกฯบอกไม่ได้ต้องการให้เป็นเรื่องใหญ่โต มหาดไทยเล็งเปิดใช้พื้นที่ห้างสรรพสินค้า-ศูนย์การค้าเป็นจุดส่งคำตอบ ด้านสำนักนายกฯ ให้โทร.ตอบผ่านสายด่วน 111 ได้อีกทาง “บิ๊กป้อม-ยุทธพงศ์”โต้กันนัว ปมทหารบุกบ้าน “บิ๊กตู่” ยันไม่ได้หวังเรียกยอดไลก์ สัปดาห์หน้าเตรียมใช้ม.44 ดันรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน คสช.เรียก”พิชัย”เข้าค่ายอีกรอบ 16 มิ.ย.

“บิ๊กตู่”ติงโซเชี่ยลไม่เข้าใจรบ.

เวลา 09.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคคสช. เป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี ก่อนประชุม นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล นำคณะประชาสัมพันธ์โครงการสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์และสร้างบุคลากร โดยมอบกระปุกออมสิน เสื้อยืดสกรีน “คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด” หมอนผ้าห่มลาย “น้องให้ใจ” ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนรูปหัวใจสีม่วงมีปีก เป็นตัวแทนของการให้และการทำความดี

นายกฯ กล่าวว่า ถ้าทุกคนยังไม่เปลี่ยน แปลงตัวเองจะกลายเป็นคำว่าประเทศไทย มีปัญหาไม่สิ้นสุด วันนี้มีปัญหาเรื่องการทำความเข้าใจ ไม่ไปซ้ายก็ไปขวา ไม่มีตรงกลาง ตนพยายามแก้ปัญหาและฟังทุกเรื่องเพราะไม่อยากให้กลับไปอยู่ที่เดิม หลายอย่างที่ทำไปในเรื่องใหม่ๆ หลายคนอาจไม่เข้าใจก็ต้องสร้างการรับรู้ให้มากขึ้นเพราะห้ามแสดงความคิดเห็นในโลกโซเชี่ยลไม่ได้ การแสดงความเห็นบางอย่างไม่มีหลักคิดที่ถูกต้องแล้วหลายคนก็ทำตามกันประเทศก็จะมีปัญหา และเป็นคนละเรื่องกับสิทธิมนุษยชนเราไม่ไปยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว

ตั้งคำถามไม่หวังให้เป็นเรื่องใหญ่

นายกฯ กล่าวว่า หัวใจสีม่วงคือหัวใจของคนที่ใกล้ตาย คนใกล้ตายจะไม่โกหก ไม่เหมือนบางพวกที่ยังชอบโกหก แต่สำหรับตนไม่มีโกหกและเป็นคนที่มีหัวใจสีม่วง ที่ได้รับพระราชทานมาในเครื่องหมายทหารเสือราชินี ทุกวันนี้มีหัวใจสีม่วงไม่ใช่หัวใจสีแดง เปรียบเหมือนคนใกล้จะตายที่ไม่โกหก เราควรเป็นผู้ให้โดยไม่คำนึงถึงเขาจะตอบแทนอย่างไร ประเทศไทยวันนี้จะปล่อยให้ไปซ้ายกับไปขวาอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องช่วยกันแก้ปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามว่าพอใจหรือไม่กับบรรยากาศวันแรกที่เปิดให้ประชาชนมาตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นใน 4 คำถาม ซึ่งค่อนข้างเงียบเหงาไม่คึกคัก นายกฯ กล่าวสีหน้าเรียบเฉยว่า เราไม่ได้หวังให้มาตอบให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต แต่เป็นการสร้างการรับรู้

ยันไม่อนุญาตอดีตส.ส.จัดเลี้ยง

หลังประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ แถลงข่าวอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกหลังหยุดให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมืองยาวครบ 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.-13 พ.ค. โดยใช้เวลาแถลง 23 นาที นายกฯ ให้สัมภาษณ์ในหลายประเด็นอย่างอารมณ์ดี อาทิ เงินบริจาคของวัด ราคายางพาราตกต่ำ การทุจริตในส่วนขององค์การทหารผ่านศึก ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งของตำรวจ ประเด็นการก่อการร้าย เรื่องอาวุธสงคราม และเรื่อง 4 คำถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อีกทั้งยังถามหาผู้สื่อข่าวบางคนที่หายหน้าไปด้วย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกรณีกลุ่มสโมสรส.ส.ไม่พอใจที่ถูกสั่งยกเลิกการพบปะสังสรรค์ว่า ส่วนตัวไม่ทราบเรื่องเพิ่งรู้ข้อมูลจากสื่อ ทั้งหมดเป็นเรื่องความเหมาะสม การจะรับประทานอาหารร่วมกันต้องดูว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นการเมืองหรือไม่ โดย คสช.จะพิจารณา ข้อมูลต่างๆ บางครั้งจะได้รับแจ้งจากประชาชนจึงจำเป็นต้องตรวจสอบ ยืนยันว่าตนยังไม่อนุญาตให้มีการพบปะกันเป็นคณะใหญ่เพราะจะไม่พ้นการหารือกันในประเด็นการเมือง วันนี้จึงขอร้องกันไว้ก่อนขออย่าเพิ่งเลย อย่าทำให้เกิดความวุ่นวายสับสนอลหม่าน และจะมีผลกระทบต่อการทำงานของตนเวลานี้

ขอโทษค้นบ้านนักการเมือง

ส่วนที่ทหารค้นบ้านพักนักการเมืองหลายคนแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้ถูกมองว่าคสช.กำลังเล่นเกมการเมืองนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้ทำความเข้าใจกับหน่วยงานในพื้นที่แล้ว เพราะเจ้าหน้าที่มีข่าวสารและข้อมูลในบางส่วน อาจเป็นคนใกล้ชิดหรือลูกน้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแต่ไม่ได้พาดพิงถึงเจ้าตัวเป็นเพียงเรื่องของลูกน้อง อย่างไรก็ตาม ต้องขอโทษด้วยหากทำให้เสียชื่อเสียงและเกียรติยศ เมื่อไม่พบว่ากระทำความผิดก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยืนยันว่าไม่ได้เล่นเกมการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น เพราะบ้านเมืองจะมาเล่นเกมการเมืองคงไม่ใช่ ตนไม่มีเกมการเมือง

ไม่ได้ให้มากดไลก์คำถามนายกฯ

เมื่อถามถึงการเปิดให้ประชาชนตอบ 4 คำถามของนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกคนให้ความสำคัญกับ 4 คำถามของตนมากไปหรือเปล่า ตนไม่ได้บอกว่าประชาชนต้อง มาไลก์ทั้ง 6 ล้านคน มันไม่ใช่ จะกี่ล้านตนไม่รู้ จะคนเดียวหรือ 10 คน ตนก็รับฟัง มี 100 คนก็รับฟัง 100 คนว่าเขาว่าอย่างไร แต่ตนไม่ได้ถามคำถามว่าจะเลือกตั้งเร็วหรือไม่เร็ว ไม่ได้ถามแบบนั้น เลือกตั้งเป็นไปตามกระบวนการอยู่แล้ว ขั้นตอนกฎหมายมีอยู่แล้วจะไปถามทำไม จะให้เลือกตั้งเร็วกว่าเดิมอะไรนั้น ตนไม่ได้สนใจ ที่สำคัญอย่าไปเป็นเครื่องมือของใคร วันนี้สิ่งที่น่าห่วงคือเรื่องการทำโพล การกดไลก์ จะเห็นได้จากมีการจับกุมชาวต่างชาติที่ไปตั้งกันอยู่จ.สระแก้ว เพื่อรับจ้างกดไลก์

“คุณไม่ต้องมาไลก์ให้ผมเพราะผมไม่เชื่อ วันนี้เงินจ้างได้หมด เทคโนโลยีไปไกล ถ้าไปให้ความสำคัญในการสร้างความรับรู้ทาง โซเชี่ยลอย่างเดียวคงไม่ได้ มันต้องสร้างอย่างที่ผมพยายามจะพูด ซึ่งอาจไม่มีใครเขาพูดกัน อาจจะเข้าใจบ้างหรือไม่เข้าใจบ้าง ฟังไม่ครบหรือพูดไม่จบ” นายกฯ กล่าว

“บิ๊กป้อม-ยุทธพงศ์”โต้กันนัว

เมื่อถามถึงกรณีนายทหารยศพล.อ.แอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์ในโครงการโซลาร์ฟาร์มขององค์การทหารผ่านศึก(อผศ.) นายกฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบ ต้องรอฟังคำชี้แจงของอผศ. กระทรวงกลาโหม แต่ที่มีการอ้างชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ก็ต้องไปดู แล้วไปเชื่อได้อย่างไร ถามกลับมาที่พล.อ.ประวิตรหรือตนก็ได้ว่าจริงหรือเปล่าจะได้รู้ตัวว่าคนอ้างมันคือใคร รับรองว่าจะเก็บเป็นความลับให้หมด ส่วนเรื่องการแต่งตั้งเครือญาติต่างๆ ตนก็ให้พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ไปติดตามเรื่องนี้แล้วจะใช่หรือไม่ใช่อย่างไร อย่าเพิ่งไปลงความเห็นว่ามันผิดมันถูก ต้องตรวจสอบว่าทำได้หรือไม่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม กล่าวกรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ระบุมีเจ้าหน้าที่ทหารบุกไปถึงบ้านพร้อมให้ตอบคำถาม 4 ข้อ ของนายกฯว่า “ใครสั่ง ไม่มีใครสั่งเขาทำเอง จริงรึเปล่าก็ไม่รู้ เราไม่มีนโยบายแบบนี้เพราะให้คนออกมาตอบเอง”

ด้านนายยุทธพงศ์กล่าวถึงพล.อ.ประวิตร ระบุไม่มีนโยบายส่งทหารไปหาอดีตส.ส.ที่บ้านพักเพื่อให้ตอบคำถาม 4 ข้อของนายกฯ พร้อมตั้งข้อสังเกตเป็นทหารจริงหรือไม่ว่า จะฝากภาพให้ พล.อ.ประวิตร ช่วยตรวจสอบด้วยว่าเป็นทหารจริงหรือไม่

ทำเนียบเปิดโทร.1111-ตอบคำถาม

สำหรับบรรยากาศการเปิดศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ให้ประชาชนมาส่งคำตอบในคำถาม 4 ข้อ ของนายกฯ ประชาชนรายแรกที่มาเขียนตอบคำถาม 4 ข้อในวันที่สอง คือ นายเจิม ขวัญทอง อายุ 63 ปี ชาวดอนเมือง กทม. ข้าราชการบำนาญกระทรวงศึกษาธิการ

นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนัก นายกฯ เผยว่า นอกจากเดินทางมาตอบคำถามที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบแล้ว ประชาชนยังสามารถตอบคำถามได้อีกช่องทางหนึ่งคือ โทร. 1111 กด 2 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่สอบถาม ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่และเบอร์โทร. และคำตอบของ 4 คำถาม ขณะนี้มีประชาชนสนใจช่องทางดังกล่าวพอสมควร เพราะสะดวก ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทางศูนย์ไม่ได้เปิดให้ประชาชนมาตอบแบบสอบถามในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

มท.เล็งเปิดห้างรับคำตอบ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม. ถึงภาพรวมวันแรกการตอบคำถาม 4 ข้อว่า ในภาพรวมเรียบร้อยดี ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องปัญหาความขัดข้อง ส่วนการพิจารณาช่องทางเพิ่มเติมในการแสดงความเห็นก็เป็นไปได้ โดยกำลังพิจารณาเปิดจุดรับความคิดเห็นที่ศูนย์การค้า โดยประชาชนต้องมาแสดงความเห็นด้วยตัวเอง แต่ยังต้องพิจารณาอีกครั้ง เพราะเกี่ยวข้องกับงบประมาณที่ต้องใช้ ด้วย ส่วนการแสดงความเห็นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อาจเป็นไปได้ แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใดประชาชนต้องแสดงตัวโดยการยื่นบัตรประชาชน เพราะห่วงเรื่องการสวมสิทธิ์จะทำให้การประเมินผลผิดเพี้ยนได้ เมื่อถามว่าจะเพิ่มเติมช่องทางการประชาสัมพันธ์อีกหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ช่วยกันดำเนินการ ได้แจ้งให้ทางจังหวัดและส่วนภูมิภาคแจ้งข่าวสารให้ประชาชนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้สรุปยอดประชาชนที่มาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำถาม 4 ข้อ ของนายกฯ ผ่านศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรก มีประชาชนมาแสดงความคิดเห็นรวม 7,012 คน โดย จ.กาฬสินธุ์ มีผู้มาแสดงความคิดเห็นมากที่สุด 662 คน รองลงมา คือ สระบุรี 408 คน และนครราชสีมา 322 คน ส่วนจ.ตาก และพังงา เป็นจังหวัดที่มีประชาชนมาแสดงความ คิดเห็นน้อยที่สุด จังหวัดละ 6 คน

บรรยากาศวันที่สองยังเงียบเหงา

สำหรับบรรยากาศการใช้สิทธิ์ตอบ 4 คำถามของนายกฯ ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดต่างๆ ในวันที่ 2 โดยภาพรวมยังไม่คึกคัก เท่าที่ควร อาทิ ที่ จ.ชัยนาท สงขลา ปัตตานี ขอนแก่น ราชบุรี เป็นไปอย่างเงียบเหงา แม้จะขอความร่วมมือไปยังสถานีวิทยุและสื่อมวลชนให้ช่วยประชาสัมพันธ์ก็ตาม

ขณะที่บางจังหวัด อาทิ จ.อุบลราชธานี มีประชาชนเข้าแสดงความคิดเห็นอย่าง ต่อเนื่อง โดยบางส่วนต้องการให้ได้ผู้แทนเป็นคนที่โปร่งใส เป็นคนดี ไม่อยากได้คนเลวเข้าสภา พร้อมชื่นชมการบริหารงานของ พล.อ. ประยุทธ์ ที่ทำให้บ้านเมืองหยุดความวุ่นวาย เช่นเดียวกับที่จ.พิษณุโลก ก็มีประชาชนเดินทางมาตอบคำถามของนายกฯ อย่างต่อเนื่อง ที่ศูนย์ดํารงธรรมจังหวัดพิษณุโลก

ครม.จ่ายเพิ่มเหยื่อ14ตุลาฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เผยว่า ครม.เห็นชอบตามที่พม.เสนอเรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผล กระทบจากเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 กรณีเงินดำรงชีพรายเดือนและค่าจัดงานศพแก่วีรชนและญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ 57 ราย รายละ 3,000 บาท จนกว่าจะเสียชีวิต วงเงิน 2.6 ล้านบาท ส่วนค่าจัดงานศพ 20,000 บาทต่อราย มีเงื่อนไขว่าต้องพิสูจน์ว่าเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.อนุมัติให้ความช่วยเหลือเงินดำรงชีพแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 โดยให้ความช่วยเหลือมาเป็นระยะ ตั้งแต่ปี 2549-2550 ผู้เสียชีวิต 43 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 7.4 แสนบาทเศษ ผู้ทุพพลภาพพิการ จิตฟั่นเฟือน 47 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือกรณีเงินชดเชย เงินสงเคราะห์ หรือชดเชยการจ่ายล่าช้าทั้งหมด รายละ 4.9 ล้านบาท เพิ่งเห็นว่าวงเงินค่อนข้างแตกต่างกันมาก เพราะผู้มีชีวิตอยู่ยังต้องพบกับปัญหาต่างๆ ในการดำรงชีวิต

โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ปี 2556 มีมติครม. ช่วยกรณีจัดงานศพตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมารายละ 20,000 บาท แต่ยังไม่ได้จ่าย และแนวทางช่วยเหลือเงินดำรงชีพในแต่ละเดือนก็ยังไม่ได้จ่าย ครม.จึงมีมติว่าให้จ่ายผู้เสียชีวิตที่เป็นวีรชนนี้ศพละ 20,000 บาท กรณีจ่ายเงินค่าดำรงชีพรายเดือนในอัตราเดียวกันกับมติครม.รายละ 3,000 บาทต่อเดือน

แก้เกณฑ์เยียวยาลูกหลาวกกปส

พล.ท.สรรเสริญแถลงว่า ครม.ยังมีมติอนุมัติแก้ไขเรื่องการเยียวยาตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง (2556-2557) ที่อนุมัติดำเนินการเมื่อปี 2558 และให้นำหลักการนี้ไปใช้กับเหตุการณ์ในอดีตคือปี 2555 ด้วย โดยแก้ไขกรณีเงินยังชีพรายเดือนที่จะให้กับบุตรของผู้เสียหายที่เสียชีวิต หรือทุพพลภาพ ซึ่งเดิมให้เป็นรายเดือนจนกระทั่งจบปริญญาตรี โดยให้ พม.เป็นผู้เบิกจ่าย จึงขอแก้ไขเป็นให้ถึงจบปริญญาตรีใบแรกใบเดียว เพราะบางคนเรียนหลายใบ และมีอายุไม่เกิน 25 ปี

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า กรณีเงินทุนการศึกษารายปีต่อเนื่องที่ให้กับเด็กกำพร้า หรือเด็กที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากบิดามารดาผู้อุปการะเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ จากเหตุการณ์ทางการเมือง โดยให้แก่นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่และได้รับจนกระทั่งจบปริญญาตรีหลักสูตรแรกเพียงใบเดียวเท่านั้นและมีอายุไม่เกิน 25 ปี ทั้งนี้ จากการสำรวจตัวเลข ผู้ที่มีผลกระทบมีประมาณ 100 ราย วงเงินเยียวยาที่ใช้ 6 ล้านกว่าบาท

รัฐบาลจัดระเบียบโยกย้าย

พล.ท.สรรเสริญแถลงว่า นายกฯ สั่งการในที่ประชุมครม. ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในหน่วยงานต่างๆ ว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยเล่าในที่ประชุมครม.หลายครั้งว่า ในระบบงานราชการพลเรือนค่อนข้างแปลก เช่น คนเป็นรองอธิบดี หากสำเร็จสมหวังก็ได้ขึ้นเป็นอธิบดี ไม่สมหวังก็เป็นผู้ตรวจราชการ จากผู้ตรวจฯไปเป็นรองปลัด เมื่อเป็นรองปลัดอาวุโสก็มาเป็นอธิบดีกรมนั้นกรมนี้ หรือเอกอัครราชทูตจากประเทศนี้ไปประเทศโน้น ไม่มีใครอยากอยู่ส่วนกลาง อยากเข้ากรม นายกฯ มองว่าผิดจากสิ่งที่ควรจะเป็นระบบ

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ดังนั้น นายกฯ จึงต้องการให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นปีนี้เป็นปีสุดท้าย และให้ทุกหน่วยงานเตรียมรองรับการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า เพื่อให้เป็นไปตามลำดับที่ควรจะเป็น คือ จากรองอธิบดีเป็นอธิบดี จากอธิบดีขึ้นเป็นปลัดกระทรวง หรือเป็นผู้ตรวจฯซึ่งมีศักดิ์และศรีเท่ากัน หลังจากนั้นก็ไปเป็นปลัดกระทรวง หมายความว่าทุกตำแหน่งจะต้องมีรายละเอียดขอบเขตงานที่ชัดเจนเพื่อให้ระเบียบระบบต่างๆ ควรจะเป็นไปในทิศทาง ไม่ใช่เป็นไปแบบที่แต่ละคนคิดอยากจะเป็น ทำให้คนยึดติดกับตำแหน่งนายกฯจึงให้ทุกส่วนราชการไปคิดว่าแนวทางที่ควรจะเป็นไปอย่างนั้นจะต้องเตรียมการอย่างไรบ้าง และอนุโลมอนุญาตให้การแต่งตั้งที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์นี้เป็นปีสุดท้าย

คสช.เรียก”พิชัย”เข้าค่ายอีก

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุ เช้านี้เวลา 09.30 น. พ.ท.พีรยุทธ์ เศวตเศรนี จากคสช. โทร.มาเรียกตัวเข้ากองทัพภาคที่ 1 ในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ โดยจะมารับตัวที่บ้านเวลา 12.00 น. ทหารยังไม่ได้แจ้งว่าจะเชิญตนไปเพื่อพูดคุยเรื่องอะไร เบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ได้วิพากษ์วิจารณ์ในหลายๆ ครั้งก่อนหน้านี้ว่ารัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขได้

ยืด4มาตรการอุ้มราคายางพารา

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม. ถึงกรณีสมาคมผู้ปลูกยางทั่วประเทศเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาราคายางพาราว่า ที่ประชุมครม.ได้หารือกัน ซึ่งมาตรการที่นำเข้าพิจารณาเป็นมาตรการต่อระยะเวลาในการดำเนินการ 4 มาตรการที่เคยทำมาแล้ว มาตรการอื่นๆ ที่จะทำให้ราคายางสูงขึ้น ซึ่ง 2-3 วันนี้ขึ้นมากิโลกรัมละ 2 บาท ก็ได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการด้วย อยากให้รอทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แจงในวันที่ 14 มิ.ย. เรื่องที่เกี่ยวข้องให้ทราบว่ามีมาตรการอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าสมาคมผู้ปลูกยางเตรียมเคลื่อนไหวเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีออกมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอร้องว่าอย่าออกมาเคลื่อนไหวอะไรเลย เพราะตนเองก็ไม่อยากใช้กฎหมายบังคับ อยากหาวิธีการว่าทำอย่างไรจะร่วมมือแก้ไขปัญหาได้ หลายอย่างคืบหน้าไปในทางที่ดีแล้วที่ผ่านมาราคาสูงขึ้น แต่ก็มีช่วงที่ลดลงก็ต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหาช่วงที่ราคาลดลงอย่างไร และสาเหตุเกิดจากอะไร ซึ่งขอให้สื่อช่วยกันทำความเข้าใจด้วย อย่าถึงขั้นเรียกร้องให้ปรับรมว.เกษตรฯ ออกจากตำแหน่งเลย เพราะมันไม่ใช่สาเหตุ และรมว.เกษตรฯ เขาทำงานหลายเรื่อง อีกทั้งหลายปัญหาเกิดขึ้นมาหลายรัฐบาลแล้ว

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ 4 แนวทาง ตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายยางพาราแห่งชาติ(กนย.) โดยให้ขยายระยะเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยางพาราต่อไปอีก 3 ปี เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2560-31 มี.ค. 2563 ทั้งนี้ เห็นชอบให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณเพื่อชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่สถาบันการเกษตรในอัตรา 3% ต่อปี จากวงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท คิดเป็น 300 ล้านบาทต่อปี รวมเป็นเงิน 900 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังให้ดำเนินโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางเพิ่มเติมอีก 11,460 ครัวเรือน เนื่องจากเกษตรกรที่มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือไม่ได้มาแจ้งเข้าร่วมโครงการก่อนหน้านี้ภายในระยะเวลาที่กำหนด จากที่ผ่านมามีเจ้าของสวนยางและคนกรีดยางได้รับความช่วยเหลือแล้ว 675,751 ครัวเรือน เป็นเงิน 4,077.68 ล้านบาท และขยายระยะเวลาชำระคืนเงินกู้โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง 19,406 ล้านบาท และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง 8,768 ล้านบาท รวมเงินคงค้าง 28,174 ล้านบาท ออกไปจากเดิมวันที่ 31 พ.ค.2560 เป็นวันที่ 31 พ.ค.2563 โดยให้กระทรวงการคลังขยายระยะเวลาค้ำประกันเงินกู้กับธ.ก.ส.ออกไปตามระยะเวลาที่ขยายชำระคืนเงินกู้ และยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประกันเงินกู้ พร้อมชดเชยต้นทุนเงินในอัตรา FDR+1

ประการสุดท้าย โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง ระยะเวลาโครงการตั้งแต่เดือนพ.ค. 2560-เม.ย. 2562 วงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยให้ใช้แหล่งสินเชื่อวงเงินกู้เดิมจากธนาคารพาณิชย์ที่ผู้ประกอบการใช้บริการอยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยในอัตราตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 3% ต่อปี จำนวนไม่เกิน 100 ล้านบาท

“บิ๊กตู่”ชี้บึ้มรพ.คืบแต่พูดไม่ได้

วันที่ 13 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงความคืบหน้าจับกุมการซื้อขายอาวุธสงครามที่ จ.ตราด โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านว่า จากวันแรกถึงวันนี้จับกุมไปกี่คนแล้ว ก็ต้องสอบสวนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ได้ข้อมูลเอง จะไปตั้งเป้าว่าเรื่องเกิดจากตรงโน้นตรงนี้และให้จับกุมทีเดียวคงทำไม่ได้ เพราะการทำงานในลักษณะความมั่นคง ต้องทำต่อเนื่อง มีการสืบสวนสอบสวนใช้เวลาเรียกประจักษ์พยานมาสืบ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตนยังพูดไม่ได้ ได้เป้าหมายมาแล้วต้องสอบสวนต่อไป ต้องไปดูว่ามีความเกี่ยวพันเรื่องอะไร หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมยังเกิดขึ้นอยู่ ทั้งที่รัฐบาลมีอำนาจเต็ม แสดงว่าฝ่ายความมั่นคงทำงานไม่ดี การข่าวล้มเหลว ขอให้ไปดูที่มันจับได้บ้างซึ่งก็ดีขึ้น หลายคดีเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย บางคดียากง่าย แตกต่างกันไปก็ต้องให้เวลาทำงาน

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคสช. กล่าวว่าทราบว่า การตรวจสอบเหตุระเบิดร.พ.พระมงกุฎเกล้ามีความคืบหน้าตามลำดับ ซึ่งคสช.มอบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นผู้ให้ข้อมูลเป็นหลักเพื่อป้องกันความสับสน ยืนยันเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพยายามคลี่คลายข้อกังวลสงสัย รวมถึงทุกประเด็นอย่างเต็มที่

งัดม.44 ดันรฟ.เร็วสูงไทย-จีน

วันที่ 13 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกระทรวงคมนาคมเสนอให้หัวหน้าคสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งเพื่อเร่งขับเคลื่อนโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นกรุงเทพ-นครราชสีมา เพื่อให้เดินหน้าได้เร็วขึ้นเนื่องจากที่ผ่านมาล่าช้า ว่า ตนสัญญาว่าจะทำให้ทุกอย่างสำเร็จโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการรถไฟไทย-จีน ซึ่งติดปัญหาข้อกฎหมาย แต่รับรองว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น

เมื่อถามว่าจะออกมาตรา 44 เรื่องรถไฟฟ้าไทย-จีนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สัปดาห์หน้าถึงจะออกคำสั่งมาตรา 44 ในเรื่องดังกล่าว ซึ่งหารือในที่ประชุมครม.กันแล้ว รวมทั้งเรื่องยางพาราก็มีวิธีการแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 แต่เรื่องรถไฟไทย-จีนจำเป็นต้องใช้ รวมทั้งเรื่องพลังงานก็ต้องใช้คำสั่งมาตรา 44 บ้าง ไม่เช่นนั้นจะทำอะไรไม่ได้ วันนี้นโยบายรัฐบาลเปลี่ยนไปมาก ถ้าเอากฎหมายมาว่ากันทั้งหมดก็ติดขัดอยู่เช่นนี้

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ที่ประชุมครม.ยังไม่ได้ขอใช้อำนาจมาตรา 44 เพื่อเร่งรถไฟไทย-จีน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แจ้งว่าอยู่ระหว่างเร่งร่างข้อกฎหมายที่จะใช้อำนาจคสช.ในมาตรา 44 เพื่อเสนอให้คสช.สัปดาห์หน้า จากผลการศึกษาพบว่าบางเส้นทางมีปัญหาติดขัด อาทิ เส้นทางกรุงเทพ-นครราชสีมา มีปัญหา 5 ด้านที่ต้องอาศัยอำนาจมาตรา 44 มาขับเคลื่อน คือ 1.การก่อสร้างที่ต้องใช้สถาปนิกหรือวิศวกรของจีน ที่ติดกฎหมายต้องสอบใบอนุญาต 2.พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ต้องผ่านซูเปอร์บอร์ด 3.การกำหนดราคากลาง จีนไม่มีราคากลางจึงต้องใช้มาตรา 44 ให้ใช้วิธีการเจรจาเสนอราคามาตรฐานที่ใช้อ้างอิงได้ 4.การจัดซื้อจัดจ้างแบบรัฐต่อรัฐ ระบบทางการจีนใช้ระบบให้สภาพัฒน์เลือกบริษัทเอกชนเป็นคู่สัญญา จึงสั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งประสานสภาพัฒน์จีนให้ออกหนังสือรองรับว่าจะใช้บริษัทใดเป็นคู่สัญญาเพื่อดำเนินการก่อสร้าง 5.เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา บางพื้นที่ต้องผ่านเขตป่าสงวนหรือพื้นที่ของส.ป.ก.

ไฟเขียวซื้อรถเกราะจีน 2.3 พันล.

วันที่ 13 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครม.มีการอนุมัติโครงการจัดซื้อรถเกราะล้อยาง วีเอ็น 1 (VN1) จำนวน 34 คัน จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน งบประมาณ 2,300 ล้านบาท ตามที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม เป็นผู้เสนอเข้าครม. โดยอนุมัติงบผูกพันปี 2560-2563 และอนุมัติให้กองทัพบกเดินทางไปเซ็นสัญญาจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับทางการจีน

สำหรับโครงการจัดหายานเกราะล้อยาง (ระยะที่ 2) เพื่อทดแทนรถยานเกราะ วี150 และรถสายพาน เอ็ม 113 เอ3 ที่ใช้งานมาแล้ว 40-50 ปี เป็นไปตามความต้องการของหน่วยงานที่ใช้ คือ ทบ.ผ่านขั้นตอนของคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพบก (กมย.ทบ.) มี 3 ประเทศที่ยื่นแบบ คือ 1.ยานเกราะล้อยาง บีอาร์ที-4 อี ประเทศยูเครน 2.ยานเกราะล้อยาง บีทีอาร์-82 เอ สหพันธรัฐรัสเซีย 3.ยานเกราะล้อยาง วีเอ็น 1 จากจีน ทั้งนี้ คณะทำงานพิจารณารับรองแบบและเตรียมการจัดหายานเกราะล้อยางได้ให้คะแนนความพอใจ อันดับที่ 1 ยานเกราะล้อยาง วีเอ็น 1 ของจีน เบื้องต้นรถยานเกราะล้อยาง วีเอ็น 1 จะเข้าประจำการที่กองพลทหารม้าที่ 1 (พล.ม.1) ที่กองพันทหารม้าที่ 10 (ม.พัน.10) ค่ายสุริยพงษ์ จ.น่าน และกองพันทหารม้าที่ 7 (ม.พัน.7) ค่ายพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์

อนุมัติตั้ง 6 โฆษกรองนายกฯ

วันที่ 13 มิ.ย. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบแต่งตั้งโฆษกประจำรองนายกฯ 6 ราย ตามที่รองนายกฯเสนอ ดังนี้ 1.พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เป็น โฆษกประจำของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 2.นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็น โฆษกประจำของพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร 3.พล.ร.ต.รณัชย์ เทพวัลย์ ที่ปรึกษาพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นโฆษกประจำของพล.ร.อ.ณรงค์ 4.พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร เป็นโฆษกประจำของพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง 5.นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยประจำสำนักนายกฯและนายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ เป็น โฆษกประจำนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ 6.นายไชยา ยิ้มวิไล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เป็นโฆษกประจำของนายวิษณุ เครืองาม

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้งตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ 2 ราย 1.นายชาตรี อรรจนานันท์ รองอธิบดีกรมการกงสุล เป็น อธิบดีกรมการกงสุล 2.นางลินนา ตังธสิริ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ เป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง เห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้ง 3 ราย 1.นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 2.นายสราวุธ ทรงศิวิไล รองอธิบดีกรมทางหลวง เป็นผู้ตรวจฯ 3.นางอัมพวัน วรรณโก รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน เป็นผู้ตรวจฯ

ขอขอบคุณ : khaosod

แสดงความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here