การขับรถ ขึ้นลงเขา ใช้เกียร์ให้ถูกวิธี คนมีรถควรรู้เอาไว้

0
664

การขับรถ ขึ้นลงเขา ใช้เกียร์ให้ถูกวิธี คนมีรถควรรู้เอาไว้

สำหรับผู้ที่ขับขี่รถอยู่เป็นประจำในทุกวันนั้น บนเส้นทางเดินรถมีทั้งทางเลียบ ทางลาดชัน ทางขึ้นสะพาน ทางขึ้นเขาลงเขา ซึ่งผู้ที่ขับขี่รถยนต์นั้นควรที่จะรู้วิธีการขับรถหรือวิธีการใช้เกียร์อย่างถูกต้อง เพื่อที่จะให้ตัวคุณและผู้ที่ขับขี่บนท้องถนนนั้นมีความป ล อ ด ภั ยไม่เกิดเหตุระหว่างทาง

ซึ่งวันนี้เราได้มีหลักการขับรถที่ถูกต้อง การขับรถขึ้นลงเขา แบบใช้เกียร์ให้ถูกวิธี ที่คนมีรถควรที่จะรู้เอาไว้

หลักการขับรถลงเขา

1 สำหรับการขับรถในตอนลงเขา บางคนมีความคิดที่ว่าจะช่วยในการประหยัดน้ำมันจึงได้ใส่เกียร์ว่างและปล่อยให้รถไหลลงไปเอง จริงๆแล้วห้ามทำแบบนี้โดยเด็ดขาด เพราะในกรณีที่รถเกียร์ธรรมดาถ้ามีคลัชแล้วปล่อยไหลเช่นกัน เพราะมันจะทำให้รถของคุณไหลลงเขาด้วยความเร็วสูง ควรที่จะให้ใช้เกียร์และควบคุมความเร็วของรถให้มีความสัมพันธ์กับเส้นทางไว้ตลอด

2 การเบรกในช่วงที่เราขับรถลงเขานั้น ให้เราแตะเบรคเบาๆเป็นช่วง เพื่อที่จะให้รถค่อยๆชะลอความเร็วลง และไม่ควรเหยียบเบรคค้างไว้ระยะเวลานานๆเพราะจะทำให้ผ้าเบรคของเราไ ห ม้ได้ หรืออาจจะเกิดในกรณีที่เบรคไม่อยู่ ถ้าหากว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงถ้าเราใช้เกียร์ต่ำในช่วงลงเขา เกียร์ต่ำจะเป็นตัวช่วยในการชะลอความเร็วรถให้เราประคองรถจอดข้างทางได้

3 ในทางลงเขาที่ชันมากๆ เราไม่ควรเหยียบคันเร่งส่ง แต่ให้ใช้เป็นเกียร์ต่ำและให้ปล่อยกำลังเครื่องยนต์ชะลอความเร็วเอาไว้ ปล่อยให้รถไหลลงมาเอง ด้วยการใช้เกียร์ต่ำ เช่น เกียร์ 1-3 ในกรณีรถออโต้ก็เป็น D/D1-2 จะเป็นวิธีที่ป ล อ ด ภั ยกว่า

4 สิ่งสำคัญเวลาขับรถขึ้นลงเขานั้น ไม่ควรแซงรถในช่วงทางชันและทางโค้ง เพราะเราจะไม่เห็นทัศนวิสัยในมุมกว้าง ไม่สามารถที่จะเห็นรถที่จะสวนขึ้นลงมาได้

หลักการขับรถขึ้นเขา

1 สำหรับในกรณีที่เป็นรถเกียร์ธรรมดา ให้ลองดูที่ความชันมากหรือน้อย ถ้าหากว่าชันมากอาจจะต้องใช้เกียร์ต่ำเช่น 1-2-3 เพื่อที่จะให้ความเร็วรอบกับกำลังเครื่องยนต์ของคุณนั้นเกิดความสัมพันธ์กัน ไม่ให้รถดับระหว่างขับขึ้นเขา

2 ในกรณีรถเกียร์ออโต้ หากใช้เป็นเกียร์ D แล้วรู้สึกว่ารถอืดเร่งเครื่องไม่ขึ้น ให้เราเปลี่ยนไปใช้เกียร์ D2-D1 ซึ่งขึ้นอยู่กับความชัน เมื่อรถอยู่ในทางราบให้เปลี่ยนไปใช้เกียร์ D บ้ า งเป็นระยะ

3 ให้เว้นระยะห่ างระหว่างคันข้างหน้าพอสมควร โดยเฉพาะรถบรรทุกที่บรรทุกของหนักๆ รถเหล่านี้จะหนักมาก หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น การเบรกกะทันหัน หรือรถดับกลางทาง เราจะได้มีเวลาและมีระยะห่ า งในการแก้ปัญหาได้ทัน

4 หากต้องขับทางโค้งรูปตัว s เป็นระยะทางต่อเนื่อง ต้องมองเส้นทางแบบไกลๆ และ ไม่ควรแซงขึ้นไป เพราะ ทางโค้งแบบนี้บดบังทัศนวิสัยทำให้ไม่สามารถมองเห็นรถที่สวนเลนขึ้นมาได้

5 ถ้าเจอทางโค้งแคบ และ มีสันเขาบังสายตา หากจำเป็นต้องแซงจริงๆให้บีบแตรเพื่อเป็นการส่งสัญญาณเพื่อให้รถคันอื่นทราบว่ามีรถกำลังสวนมา

และสิ่งสำคัญในการขับขี่นั้นไม่ว่าจะเจอเส้นทางไหนก็แล้วแต่ เราควรตรวจเช็คสภาพรถยนต์ในทุกๆครั้งก่อนที่จะเดินทาง และควรเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับผู้ที่ขับขี่ด้วยเพื่อความป ล อ ด ภั ยของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน

ขอบคุณข้อมูลจาก : bitcoretech

แสดงความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here