อย่าทอดทิ้ง…พระในบ้าน คำพูดของสมเด็จโต ที่ทำเอาผู้หญิงคนหนึ่งถึงกลับกลั้นน้ำตาไม่ไหว

0
2140

อย่าทอดทิ้ง…พระในบ้าน คำพูดของสมเด็จโต ที่ทำเอาผู้หญิงคนหนึ่งถึงกลับกลั้นน้ำตาไม่ไหว

มีคุณนายคนหนึ่ง ใจบุญสุนทาน.. ตักบาตรทุกเช้า ตักบาตรเสร็จ ก็แต่งสำรับกับข้าว อย่างบรรจงประณีตเพื่อเอาไปถวาย ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ ผู้เป็นเจ้าอาวาส ด้วยความเคารพนับถือ ในจริยวัตรของท่าน และชอบฟังท่านคุย เล่าเรื่องต่างๆ เรียกว่า ตักบาตรเสร็จ คุณนายต้องมาวัดทุกวัน.. ถวายอาหารเสร็จ ก็คุยกับพระสมเด็จ

วันหนึ่ง

หลังจากคุณนายกลับแล้ว

พระหนุ่มรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นศิษย์ก้นกุฏิของสมเด็จ

เข้าไปกราบเรียนว่า

คุณนายคนนี้ ใจบุญสุนทานจริง ๆ

แต่เคยได้ยินว่า เป็นคนใจแคบ

เหลือแม่อยู่คนเดียว…

ปล่อยให้อดๆ..อยากๆ..ไม่เอาใจใส่

ปล่อยให้อยู่ห้องแคบๆ หลังบ้าน

ส่วนตัวเองและลูกๆ

อยู่ตึกใหญ่โต..สะดวกสบาย……

เวลาพูดจากับแม่ ก็ฟังไม่ได้ หยาบคาย..ขู่ตะคอก!! กระแทกกระทั้น…

ผิดกับตอนมาคุยกับสมเด็จที่วัด.. ชนิดหน้ามือ เป็นหลังมือ

แม่.. จะออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน… ก็ไม่ได้ ไม่ยอมให้ออก มีแม่แก่หลงๆ ลืมๆ สติไม่สมประกอบอายเขา…

มีคนเขาเล่าให้ฟัง หลายรายแล้ว เท็จจริงอย่างไร ไม่ทราบได้…

สมเด็จ นั่งฟังเฉย ไม่พูดว่าอะไร

วันหนึ่งมีกิจนิมนต์ไปทำบุญบ้าน ขากลับ เดินผ่านหน้าบ้านคุณนาย ท่านก็แวะบ้านคุณนายก่อน.. คุณนายดีใจมาก ที่สมเด็จมาเยี่ยมถึงบ้าน ถือเป็นมงคลอย่างสูงที่พระขั้นสมเด็จมาเยี่ยมบ้าน จึงเรียกลูกหลานมากราบเท้าท่าน เป็นการใหญ่ แล้วก็คุยกันเรื่องต่างๆ มากมาย

ในตอนหนึ่ง.. สมเด็จท่าน ถามคุณนายว่า…

พระในบ้านมีไหม…?

มีเจ้าค่ะ พระในบ้านมีหลายองค์เป็นพระเก่าๆ ทั้งนั้น สมัยสุโขทัยก็มี.. เชียงแสนก็มี อาราธนาท่านสมเด็จ.. ขึ้นไปดูข้างบน..

สมเด็จท่านเฉย..แล้วถามต่อว่า ได้ทราบข่าวว่า.. คุณนายมีแม่อีกคน เดี๋ยวนี้อยู่เสียที่ไหน…?

คุณนายสะอึก เสียวแปลบเข้าไปในหัวใจ จะตอบตามตรง…ก็กลัวว่า.. สมเด็จจะเดินไปดู เห็นสภาพความเป็นอยู่ของแม่.. แล้วท่านจะติเตียน…

อึกๆ อักๆ อยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบว่า ตอนนี้ท่านไม่อยู่เจ้าค่ะ ออกไปเยี่ยมญาติ อีกนานจึงจะกลับ

สมเด็จท่านนั่งนิ่งอยู่สักครู่ แล้วจึงลากลับ

คุณนายก็ยังคงไปวัดเป็นปกติ

จนวันหนึ่ง สมเด็จท่านเห็นว่าวันนี้

คุณนายยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาร่าเริง อารมณ์ดีหลังการทำบุญทำทาน

สมเด็จจึงถามว่า พระในบ้านของโยม โยมดูแลเรียบร้อยแล้วหรือยัง..?

เรียบร้อยเจ้าค่ะ..

ดิฉันจุดธูปเทียน ถวายอาหาร บูชาเสร็จแล้ว จึงมาที่วัดท่านไม่ต้องเป็นห่วง

อาตมา ไม่ได้หมายถึง พระพุทธรูป

พระในบ้านที่อาตมาถามถึงนี่ เป็นพระที่ยังมีลมหายใจ

คือ แม่พระ.. ผู้มีพระคุณสูงสุดแก่โยม…… 

แม่ ให้ชีวิตเรามา โดยเอาชีวิตตัวเองเขาแลก

เลี้ยงดูเรามา ตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จนได้ดิบได้ดีทุกวันนี้

แม่เหน็ดเหนื่อย ทุกข์ทรมาน แสนสาหัส

แม่ ทนหิว เพื่อให้ลูกอิ่ม

แม่ ทนหนาว เพื่อให้ลูกอุ่น

แม่ ไม่เคยนอน ถ้าลูกของแม่ ยังไม่หลับ

ยามลูกเจ็บป่วย ร้องไห้

หัวใจแม่ก็เจ็บปวด และร้องไห้พร้อมกับลูกด้วย..

แม่อยากเอาความเจ็บปวดทั้งหมด ของลูก มาไว้ที่แม่

ถ้าทำได้.. แม่ยอมตายเพื่อลูกได้

พระคุณของแม่นี้.. ใหญ่หลวงเกินกว่าจะคณานับ

เราต้องตอบแทนบุญคุณท่านบ้างน่ะโยม

เอาตาดู หูใส่ เอาใจใส่ท่านบ้าง

ไม่ใช่ปล่อยให้ท่าน อดๆ อยากๆ

เจ็บไข้ได้ป่วย ก็ดูแลท่านบ้าง

อาตมาได้ข่าวว่า คุณโยมเหลือแม่อยู่คนเดียว และไม่ค่อยสนใจความเป็นอยู่ของท่าน ปล่อยให้อยู่ในห้องแคบๆ อดๆ อยากๆ ไม่สงสารท่านบ้างหรือ…โยม……?

โยมจัดอาหารมาถวายพระได้ทุกวัน..แต่พระในบ้านอีกองค์ โยมไม่เคยจัดให้ และตอนที่โยมจัดมาให้อาตมา สังเกตดู โยมจัดมาให้อย่างดี ประณีตบรรจง

แต่ก่อน อาตมาไม่รู้ว่า อะไรเป็นอะไร ก็ฉันของโยมตามปกติ แต่ตอนนี้ บอกตรงๆ เลยว่า..

กลืนไม่ค่อยลง มาหลายวันแล้ว อาตมาเป็นพระในวัด ไม่ควรเอาเปรียบพระในบ้าน ของโยมเกินไป

ถ้าพระในบ้าน ยังอด

พระในวัด ก็กลืนไม่ลง

การทำบุญให้ได้บุญมากนะโยม เลี้ยงพ่อแม่ ให้อิ่มหนำสำราญเสียก่อน แล้วจึงถวายพระ

คุณนาย ไม่พูดอะไร นั่งน้ำตาไหล

ลูกๆ ที่รักทุกคน

ได้ดูแลพระในบ้านของลูกๆ แล้วหรือยัง?

ถึงแม้ว่า จะเพียงเล็กน้อย ก็ยังดี

บางคน กว่าจะรู้ พ่อแม่เป็นพระในบ้านผู้ประเสริฐ

ก็สายเสียแล้ว…

คือ รู้เมื่อท่านทั้งสอง.. ไม่มีตัวตนอยู่ในโลกนี้แล้ว….

ขอบขอบคุณ : palungjit

เรียบเรียงโดย : Postsod

แสดงความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here