อาจารย์จูเผย 4 ราศีหลังดวงดาวเปลี่ยน ชีวิตจะต้องพบปัญหาการงาน เจออุปสรรค

0

อาจารย์จูเผย 4 ราศีหลังดวงดาวเปลี่ยน ชีวิตจะต้องพบปัญหาการงาน เจออุปสรรค

หลังจากดาวพฤหัสเพิ่งเคลื่อนย้ายเปลี่ยนแปลงเมื่อ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีทั้งราศีที่ดวงชะตาพุ่งแรงแบบฉุดไม่อยู่ แต่ก็ยังมีบางราศีที่ต้องเจอกับปัญหา ทางอาจารย์จู กูรูแห่งดาวทิพย์ จึงมาทำนายดวงชะตาของ 4 ราศีที่การงานมักมีปัญหาและพบอุปสรรคในการทำงาน ประกอบด้วย

ราศีกุมภ์

ปัญหารุมเร้ามาพักใหญ่แล้ว ตั้งแต่เดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา และยังคงต้องเผชิญกันต่อไปจนถึงเดือน กันยายนนี้ เพราะติดขัด จนหาข้อสรุปไม่ได้ หรือเจอข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไข ทำให้ต้องเลื่อนงานไปเรื่อยๆ

ราศีมีน

ช่วงนี้เป็นระยะที่ต้องแสดงความเป็นผู้นำ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั้นมาพร้อมปัญหา

ราศีเมถุน

ปัญหาต่างๆ ของคุณมาจากลูกน้อง ที่อาจลาออกไปจนทำให้แรงงาน รวมทั้การประสานงานที่ผิดพลาด ทำให้ส่งงานไม่ทัน หรืออาจเพราะงานที่ทำอยู่มีการปรับโครงสร้างใหม่

ราศีกรกฎ

ยังมีงานค้างที่ต้องสะสางไปเรื่อยๆ เนื่องจากก่อนหน้านั้นสุขภาพของคุณมีปัญหา จึงยังทำอะไรได้ไม่เต็มที่ และจะยังเป็นแบบนี้ต่อไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม

อธิษฐานจิตอย่างไร ได้ผลไวที่สุด

การอธิษฐานจิตเพื่อที่จะให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว ผู้นั้นต้องอธิษฐานจิตด้วยสมาธิ กล่าวคือในขณะที่จิตของเรานิ่ง หากถึงพร้อมด้วยองค์สามคือ กาย วาจา ใจ รวมกันเป็นหนึ่ง และไม่เกินวิสัยของกรรม สิ่งที่หวังไว้ย่อมเห็นผลได้ในไม่ช้า เปรียบไปก็เหมือนกับแสงอาทิตย์ในท้องฟ้าที่มีความร้อนแรงและความสว่างมากอยู่แล้ว หากเอาเลนส์ไปทำให้เกิดการรวมแสง ความร้อนและแสงสว่างจะเพิ่มกำลังเป็นทวีคูณ จนสามารถเผาผลาญหรือเกิดเป็นเปลวเพลิงลุกไหม้ได้

เช่นเดียวกับ จิตที่ฝึกดีแล้วย่อมเกิดพลังงานได้เช่นกัน(พลังจิต) หากคุณสามารถโฟกัสความคิด หรือทำสมาธิจิตจนนิ่งมีอารมณ์เป็นหนึ่งได้ การอธิษฐานก็จะเกิดนผลได้ง่าย ที่สำคัญควรเลือกขอเฉพาะสิ่งที่คิดว่าเป็นไปได้ และจำเป็นที่สุดในขณะนั้นเพียงอย่างเดียว โดยกำหนดจิตอธิษฐานลงไปให้แน่วแน่มั่นคง ในขณะที่จิตคุณเป็นสมาธิ หรือในขณะที่เกิดปีติ มีอาการเอิบอิ่มใจ ขนลุก ขนพอง สิ่งที่ต้องการก็จะบรรลุผลได้ในเร็ววัน

เพราะหลักการทำสมาธิแท้จริงแล้ว คือการทำเพื่อให้เกิดปัญญา เพื่อให้เกิดความหลุดพ้น เพื่อให้จิตได้ผ่อนคลายจากสิ่งที่เป็นกิเลสต่างๆ จะได้ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจ เมื่ออารมณ์แห่งสมาธิสูงขึ้นๆ ก็จะเกิด ปีติ สุข จนเป็นเอกคตารมณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คืออาหารชั้นดีของใจ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าต่อให้เหนื่อยกายสักเท่าใด แต่หากได้อาหารใจที่ดี ก็จะทำให้คนๆนั้นหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งได้ นอกจากนั้นอานิสงส์ของการทำสมาธิยังมีมากมาย อย่างน้อยก็ทำให้ร่างกายแข็งแรง หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ เมื่อมีสมาธิจิตก็เกิดพลังงาน มีจิตละเอียดที่สามารถสัมผัสกับสิ่งที่ละเอียดด้วยกันได้

เอาเป็นว่าท่านใดลองปฏิบัติสมาธิ ตามที่บอกแล้ว ได้ผลเป็นอย่างไรบ้างก็มาเล่าให้ฟังด้วยนะครับ

ขอบคุณที่มา : Horosociety199

แสดงความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here