ฉันเพิ่งเข้าใจในสิ่งนี้มากยิ่งขึ้น เมื่อฉันอายุมาก

0
568

ฉันเพิ่งเข้าใจในสิ่งนี้มากยิ่งขึ้น เมื่อฉันอายุมาก

ชีวิตคนเราล้วนแล้วมีแต่ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นได้ สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำความเข้าใจเลยว่า “ทุกการพบเจอ ย่อมมีการจากลา” หลายสิ่งหลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราจึงต้องทำความเข้าใจกับชีวิตกันมากยิ่งขึ้น

ฉันเพิ่งเข้าใจ.. หลายปีมานี้ ฉันเริ่มรู้สึกกลัว เพราะยิ่งฉันอายุมากขึ้น ญาติๆก็จากไปทีละคนสองคน สิ่งนี้บอกกับฉันว่า “ชีวิตเป็นอนิจจัง” ฉันเริ่มคิดได้ ฉันปล่อยให้สิ่งที่ต่างๆเป็นไปตามปัจจัย ได้มาก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

หลายปีมานี้ การดำเนินชีวิตบอกกับฉันว่า “จิตให้ร้ายผู้อื่นไม่ควรมี จิตปกป้องตนเองไม่ควรหายไป” การดำเนินชีวิตยังบอกกับฉันอีกว่า “นอกเสียจากคนในครอบครัว อย่าไว้ใจคนอื่นให้มากนัก”

หลายปีมานี้.. ฉันรู้แล้วว่า ฉันควรดีต่อทุกคน โดยเฉพาะคนที่ดีต่อฉัน ฉันเข้าใจแล้วว่า วันเวลาอาจไม่ช่วยให้เราผูกพันกับใคร แต่มันช่วยให้เราเข้าใจใครๆมากยิ่งขึ้น ฉันรู้ซึ้งแล้วว่า นอกเสียจากพ่อและแม่ ก็ไม่เห็นมีใครที่จะให้อภัยฉันได้เหมือนท่านทั้งสองคน

หลายปีมานี้.. ฉันเปลี่ยนไป ความทุกข์ที่ฉันพานพบทำให้ฉันแกร่งมากยิ่งขึ้น ยิ่งมาฉันยิ่งเหมือนต้นกระบองเพชร โยนลงไปที่ไหนก็มีชีวิตได้ในทุกที่ ความทุกข์ทำให้ฉันรู้จักเอาชีวิตรอดมาได้ ฉันยกระดับจิตได้มากยิ่งขึ้น ต่อเรื่องราวต่างๆที่ไม่ถูกตาถูกใจ ฉันสามารถเห็นแต่ไม่ใส่ใจได้อย่างสบายๆ

หลายปีมานี้.. โลกใบนี้บอกกับฉันว่า

ต่อให้ฉันผอม หุ่นดี ทุกอย่างดีพร้อม คนที่ไม่ชอบฉันก็ไม่มีทางรักฉันอยู่ดี

ต่อให้ฉันอ้วน น่าเกลียด ไม่มีดีสักอย่าง คนที่ชอบฉันเขาก็ไม่มีทางทิ้งฉันอยู่ดี

ไม่ใช่ว่าใครๆก็ยินดียืนหยัดสู้กับฉันเสมอไป

เมื่อไม่คิดอิจฉาในสิ่งที่คนอื่นมี ชีวิตของฉันก็เป็นสุขมากยิ่งขึ้นในทันที

เมื่อชะตาลิขิตมาย่อมมี หากไม่ได้ลิขิตมา ยื้อไว้อย่างไรก็ไม่มีทางรักษาเอาไว้ได้(ไม่ว่าเรื่องคน เรื่องหน้าที่การงาน

หรือทรัพย์สินเงินทอง)ดังนั้น ฉันจึงบอกกับตัวเองว่า

ดังนั้น ฉันจึงบอกกับตัวเองว่า

เรื่องที่ถูก ต้องยืนหยัด

เรื่องที่ผิด ต้องเลิกทำ

วันวานไม่อาจหวนกลับ จงปล่อยมันไป

วันนี้เป็นของเรา ทำให้ดีที่สุด

วันพรุ่งนี้มีไว้เพื่อแก้ไข ต้องรู้จักรักษาโอกาสให้จงดี

หลายคนไม่กล้าที่จะเปิดเผยเรื่องราวบางอย่างในอดีต

เพราะคิดว่าเป็นเรื่องน่าอับอาย กลัวสังคมไม่น่ายอมรับ กลัวคนอื่นรู้แล้วโดนตัดสิน

โดนแปะป้าย โดนตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดี

แต่ความจริง ก็คือความจริง

อดีตเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แก้ไขไม่ได้

แต่เราเรียนรู้จากมันได้

การพยายามปกปิด ไม่ยอมรับความอ่อนแอ และข้อผิดพลาดในชีวิตตัวเอง

พยายามสร้าง “ตัวตนอื่น” ที่เป็นเปลือกมา “กลบ” เรื่องที่เราคิดว่าไม่น่าภูมิใจเหล่านั้น ไม่ได้ช่วยทำให้ อดีตหายไป

อาจดีขึ้นชั่วคราว อาจทำให้เราลืมไปชั่วขณะ

แต่ลึกๆเรื่องเหล่านั้นยังคงอยู่ในใจ

สิ่งที่น่ากลัวคือ บางครั้งเราหลอกคนอื่นมานาน

หลอกจนชิน หลอกจนเผลอหลอกตัวเอง

คิดว่าตัวเองเป็นแบบ “เปลือก” ที่เราสร้าง

ทั้งที่ลึกๆเรายังรู้อยู่แก่ใจ ว่ามีเรื่องบางอย่างที่เราซ่อน และไม่ยอมรับอยู่

ยิ่งกลบ.. ปมยิ่งใหญ่

ยิ่งวิ่งหนี.. ความจริงยิ่งหลอกหลอน

ยอมรับจุดอ่อนของตัวเองอย่างภูมิใจ

มนุษย์ทุกคนมีข้อผิดพลาด

วันนั้น “ปม” จะค่อยๆคลาย และเราจะกลายเป็นคนที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง

ขอบคุณข้อมูลจาก : NusonBooks

แสดงความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here