ผ่อนบ้านให้หมดเร็ว ได้เงินคืนเป็นก้อน ธนาคารไม่ได้บอกเรา

0

ผ่อนบ้านให้หมดเร็ว ได้เงินคืนเป็นก้อน ธนาคารไม่ได้บอกเรา

การมีบ้านเป็นของตัวเองนั้นเป็นความฝันของใครหลายคน แต่ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะได้มาครอบครอง บ้านส่วนใหญ่ก็ราคาหลักล้านด้วยกันทั้งนั้น กว่าจะซื้อกว่าจะผ่อนหมดก็ปาเข้าไป 30 ปี จะต้องดาวน์เท่าไหร่จะต้องผ่อนเท่าไหร่ จัดไฟแนนซ์กับเจ้าไหนดี

ซึ่งในบทความนี้เราได้นำความรู้เกี่ยวกับ การผ่อนบ้าน มาฝากสำหรับเพื่อนๆที่กำลังคิดจะซื้อบ้านหรือผ่อนบ้านอยู่ ลองอ่านทำความเข้าใจกันดูแล้วจะพบว่ามีสิ่งที่คุณไม่รู้มากมาย

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่อนบ้านให้หมด

การผ่อนบ้านให้หมดนั้น ไม่ใช่แค่เราเอาเงินไปจ่ายตามที่ไฟแนนซ์ได้บอก เพราะแบบนั้นมันจะทำให้เราเสียเปรียบได้ง่ายๆ เราเลยจะต้องรู้วิธีการขอลดดอกเบี้ย และถ้าหากเรารู้หลักการบางอย่าง ก็จะทำให้เราได้รับเงินบางส่วนคืนเองด้วย

เงินก้อนนี้เป็นเงินที่ประกันส่วนมากจะบังคับให้เราทำตอนกู้ซื้อบ้านนั่นเอง เพราะทางด้านสถาบันการเงินมักจะอ้างว่าทำแล้วจะช่วยให้กู้ผ่านง่ายขึ้น

สัญญาในการกู้ซื้อบ้านนั้นมักจะบอกว่าห้ามปิดหนี้ก่อน 3 ปี เพราะหลังจาก 3 ปีไปแล้ว ให้จัดการขอลดดอกเบี้ยกับทางสถาบันการเงินได้เลย

หากขอลดดอกเบี้ยไม่ได้หลังจาก 3 ปีนั้น ก็ให้บอกไปเลยว่าเราจะไปธนาคาร บอกไปว่าไม่ใช่แค่ไปหาที่อื่นที่ดอกเบี้ยถูกกว่า แต่จะให้เจ้าอื่นมาปิดหนี้แล้วเราก็จะไปเป็นหนี้เจ้าอื่นแทน

ถ้าเราบอกไปแบบนี้ ส่วนมากเจ้าเดิมมักจะลดดอกเบี้ยให้เราเพื่อเป็นการรักษาลูกค้าเอาไว้ แต่บางเจ้าก็ไม่ให้เหมือนกันต้องพิจารณาดีๆ

สิ่งที่คุณควรที่จะต้องเข้าใจเมื่อทำการขอลดดอกเบี้ย ในการ ผ่อนบ้าน วิธีนี้จะทำให้คุณผ่อนบ้านให้เร็วขึ้น

1 ไปเจรจาต่อรองโดยตรงขอลดหนี้กับธนาคารเดิมที่กู้มาได้เลย บอกไปตรงๆเลยว่าต้องการขอลดดอกเบี้ยผ่อนบ้าน ไม่ต้องพูดอ้อมค้อม หากคุณเป็นลูกค้าดีไม่เคยมีประวัติผิดนัด ก็ยิ่งเจรจาต่อรองได้ง่าย แต่วิธีการนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อคุณผ่อนบ้านมาครบ 3 ปีแล้ว ถึงจะไปขอคำการลดดอกเบี้ยบ้านได้

2 ถ้าหากทางด้านเจ้าหน้าที่ถามคุณว่า คุณได้ดูดอกเบี้ยของสถาบันการเงินที่ไหนไว้อยู่หรือเปล่า ถ้าดูมาก็ตอบไปได้เลย ถ้ายังไม่ดูก็เดาๆมาสักที่นึง ที่คิดว่าดอกเบี้ยน้อยที่สุด แนะนำว่าควรหาข้อมูลในส่วนนี้ก่อนที่จะไปคุย

3 การที่เราไปหาข้อมูลดอกเบี้ยจากเจ้าอื่น ธนาคารอื่น จะทำให้คุณนั้นมีอำนาจในการต่อรองได้มากขึ้น อยู่ที่ว่าคุณจะเช็คและหาข้อมูลมาดีมากแค่ไหน

4 อย่าลืมดูว่าดอกเบี้ยที่เริ่มต้นนั้นเริ่มตั้งแต่ตอนเดือนไหน ซึ่งการไปขอลดดอกเบี้ยพอใกล้ครบกำหนด 3 ปีแล้ว ส่วนมากคุณควรที่จะไปติดต่อล่วงหน้าไว้ก่อนเลย 2 เดือน เวลาที่คุณไปทำการเช็คดอกเบี้ยที่อื่นก็ให้ดูดอกเบี้ยต่ำสุด จากนั้นก็คำนวณดูว่าระยะการผ่อน 3 ปีนั้นเป็นเท่าไร อย่าดูแค่ 0 เปอร์เซ็นต์ในช่วงแรก ให้ดูระยะยาวไปเลยว่าใน 3 ปีนั้นจะต้องเป็นเท่าไหร่

5 พอเราผ่อนไปครบ 3 ปี เราก็ทำแบบเดิม คือหาทางขอลดดอกเบี้ย ส่วนมากแล้วสัญญา 3 ปี แต่บางที่ก็จะเป็น 5 ปี เพราะฉะนั้นแล้วอย่าลืมที่จะอ่านสัญญาให้รอบคอบ

– ในกรณีที่พี่ขอลดดอกเบี้ยนั้น ยอดนี้จะต้องเกิน 1 ล้านบาท แต่ก็แล้วแต่ธนาคารอีก จะไปที่ไหนก็ลองหาข้อมูลในส่วนนั้นดูก่อน ประเมินดูว่าดอกเบี้ยเป็นเท่าไร ถ้าไม่รู้หรือไม่มีความรู้ตรงนี้เลยเขาก็จะไม่ลดดอกเบี้ยให้เรา

6 คุณจะต้องเป็นคนที่ตรงต่อเวลา และพยายามอย่าเสียเครดิต เพราะแม้ว่าถ้าหากคุณกู้บ้านได้แล้ว คุณผ่อนบ้านอยู่ แต่อัตราต่อรองจะน้อยลง ถ้าหากเราเสียเครดิตไปจะทำการรีไฟแนนซ์ที่ไหนก็ไม่ได้ พอธนาคารรู้ว่าไม่มีทางเลือกก็จะไม่ลดให้ อาจจะลดให้ได้น้อยมากๆ แทบจะไม่ได้แตกต่างกันเลย มันเป็นเพราะว่าเขารู้ว่าทางเลือกคุณไม่มีนั่นเอง เพราะฉะนั้นแล้วก่อนที่จะไปต่อรองที่ไหน อย่าลืมที่จะจัดการหนี้สินตามระยะเวลาที่กำหนดให้ครบเรียบร้อยก่อน

แล้วทำอย่างไรถึงจะได้เงินคืน

ในกรณีนี้การที่เราจะได้เงินคืนก็ต่อเมื่อโดนบังคับให้ทำประกันในตอนกู้ซื้อบ้าน หรือทำสัญญากู้ซื้อบ้าน เช่นกรณีที่เราทำสัญญากู้ซื้อบ้านเป็นเวลา 30 ปี แต่ว่าเราผ่อเพียง 17 ปี แล้วก็หมด คุณก็สามารถติดต่อขอเคลมเงินประกันคืนได้เลย โดยคุณไปบอกธนาคารว่า คุณได้คุ้มครองเพียง 17 ปี อีก 13 ปีที่เหลือไม่ต้องคุ้มครองแล้วเพราะว่าผมผ่อนบ้านหมดแล้ว ที่เหลือก็เคลมเงินคืนมาได้นั่นเอง

สำหรับใครที่กำลังผ่อนบ้าน ไว้เป็นทรัพย์สินของตัวเองอยู่ อย่าลืมที่จะศึกษาข้อมูลก่อนที่จะทำการรีไฟแนนซ์ อย่าให้ใครมาเอาเปรียบคนได้ง่ายๆ เรื่องการผ่อนบ้านนั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะว่าเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูง ขอให้โชคดีกับการนำประโยชน์นี้ไปใช้

เขียน / เรียบเรียงโดย : Postsod

ไม่อนุญาตให้คัดลอก ทุกกรณี

แสดงความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here