คำสอนแปะโรงสี อย่าคิดว่าตัวเองบินสูงแล้วไม่มีวันร่วงลงมา

0
1342

คำสอนแปะโรงสี อย่าคิดว่าตัวเองบินสูงแล้วไม่มีวันร่วงลงมา

บางคนอาจเคยได้ยินชื่อ เซียนแปะโรงสี ที่ถูกเล่าต่อๆกันมา และมีความเชื่อกันว่าเราสามารถขอพรแป๊ะโรงสีได้ โดยที่ไม่ต้องบน ซึ่งวันนี้เราได้มีประวัติและคำสอนของเซียนแปะโรงสีมาฝากให้ทุกคนได้ทราบกัน และเรายังสามารถยึดคำสอนของเซียนแปะโรงสีมาเป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตได้อีกด้วย

โดยเซียนแปะโรงสีนั้นมีชื่อว่า แปะกิมเคย หรือชื่อเดิมคือ กิมเคย แซ่โง้ว เป็นชาวจี นที่เข้ามาอาศัยอยู่ในไท ยตั้งแต่อายุ 10 ขวบ และเมื่ออายุประมาณ 22 ปี ได้สมรสกับนาง นวลศรี เอี่ยมเข่ง มีบุตรด้วยกัน 10 คน

ซึ่งแปะกิมเคยนั้น ท่านชอบช่วยคนอื่นโดยที่ไม่หวังผลตอบแทน ทำให้เป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป โดยเฉพาะกับพ่อค้าแม่ค้า และมีเรื่องที่ถูกพูดต่อๆกันมาว่าแปะกิมเคยนั้นมีองค์ของพ่อปู่ ศาลเจ้าพ่อวัดศาลเจ้า โดยในงานประจำปีท่านจะเป็นผู้จุดธูปเพื่อปัดเป่าลมฝน ซึ่งนอกจากฝนจะไม่ตกแล้วท้องฟ้ายังแจ่มใสอีกด้วย โดยอาแปะได้ทำการบูรณะศาลเจ้าถึงแม้จะเป็นช่วงที่การคมนาคมลำบาก แต่ท่านก็ทำจนสำเร็จ

นอกจากการบูรณะศาลเจ้าแล้ว แปะยังเป็นผู้กำหนดวันจัดงานประจำปีของศาลเจ้าพ่อวัดศาลเจ้า โดยให้จัดในวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 1 ถึงวันขึ้น 8 ค่ำเดือน 1 รวมทั้งหมด 4 วัน 4 คืน โดยเรียกช่วงนี้ว่า เจียง่วย ชิวโหงว ถึง เจียง่วย ชิวโป้ย และได้ถือเป็นประเพณีตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้

โดยอาแปะนั้นประกอบอาชีพค้าขายข้าวเปลือก และได้ตั้งโรงสีชื่อว่า โรงสีไฟทองศิริ ที่ปากคลองเชียงราก เยื้องๆกับวัดศาลเจ้าและได้โอนสัญชาติรวมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น นายนที ทองศิริ กิจการโรงสีของอาแปะนั้นมั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้แล้วแปะกิมเคยท่านยังเก่งในเรื่องของการดูโหงวเฮ้ง และฮวงจุ้ยต่าง ๆ ซึ่งคนที่ท่านชี้แนะกลับไปต่างก็ประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า ส่งผลให้มีคนมาหาท่านเพื่อขอคำชี้แนะไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นในหรือต่างประเทศ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผู้คนต่างนับถือเซียนแป๊ะโรงสีผู้นี้ และถึงแม้ว่าอาแปะโรงสีจะได้จากไปในปี 2526 แต่ชื่อเสียงก็ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันนี้

และในวันนี้เราก็ได้นำคำสอนดีๆจากแปะกิมเคยมาฝากให้ทุกคนนำไปคิดและนำไปประกอบกับการใช้ชีวิตกัน โดยแปะกิมเคยได้สอนไว้ว่า

ลื้ออย่าคิดว่าบินสูงแล้วจะไม่มีวันร่วงลงมา แม้แต่นกที่บินได้สูงที่สุดในโลก ก็ยังต้องลงมาแตะพื้นเพื่อนอนหลับพักผ่อน ลื้ออย่ามองข้ามคนที่ด้อยกว่า เพราะหลงคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่กว่า อย่ามองข้ามผู้ค้ารายเล็กๆ และมองไม่เห็นคุณค่าของพวกเขา เพราะไม่แน่วันหนึ่งเขาอาจเป็นผู้ค้ารายใหญ่ของเราก็เป็นได้ จงจำไว้คนที่มีเงินนั้นหลายคนไม่ได้มีมาตั้งแต่กำเนิด

ลื้ออย่ามัวคิดว่าอายุเรายังน้อย เรายังไหว ไม่มีวันไม่สบาย ทำงานหามรุ่งหามค่ำยังไงก็ยังไหว แต่ถ้าไม่สบายเมื่อไร กำไรมากแค่ไหนก็ไม่คุ้มค่า ลื้ออย่ามัวคิดว่าฉันมีเงิน ใช้เงินได้อย่างฟุ่มเฟือย สักวันเงินเพียงร้อยบาทอาจมีค่ามากมายในวันที่ไม่มีก็ได้

ลื้อเคยอ่านนิทานเรื่องขอนไม้กับทองคำไหม ขอนไม้นั้นแทบไม่มีค่าอะไรเลยหากเปรียบเทียบกับทองคำ แต่ถ้าในเวลาที่ลื้อตะเกียกตะกาย เพราะกำลังจะหายไปน้ำ ลื้อกลับต้องการขอนไม้ที่ไม่มีค่าอะไรมากกว่าทองคำ ผู้ค้าก็เช่นกัน บางคนเป็นรายเล็ก ซื้อของทีละชิ้นสองชิ้น หากวันหนึ่งผู้ค้ารายใหญ่ไม่ไหว เหลือแต่ผู้ค้ารายเล็กคนที่ซื้อขายกันประจำนี่แหละ ที่ลื้อจะต้องการและนึกถึงเป็นคนแรกๆ

ถึงแม้แปะกิมเคยจะจากไปนานแล้วแต่กระทั่งในยุคปัจจุบัน ก็ยังมีผู้คนที่เชื่อและศรัทธาในตัวของแปะกิมเคยอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าตามห้างร้านใหญ่ๆ จะมีภาพของแปะกิมเคยตั้งอยู่และเจ้าสัวทั้งหลายต่างก็เคารพบูชา ว่ากันว่าหากใครต้องการหมดหนี้ ให้บูชาเซียนแปะได้ผลอย่างแน่นอน โดยของไหว้เพื่อบูชาเซียนแปะโรงสีนั้นประกอบไปด้วย ส้ม 5 ลูก น้ำชา 5 ถ้วย ขนมแต้เหลียว 1 จาน กิมฮวย 1 คู่ ธูป 5 ดอก และพวงมาลัยพลาสติก 1 คู่ โดยให้ไหว้ในวันชิวโหงว วันที่ห้า ของวันตรุษจี น วันที่เจ้ากลับลงมาจากสวรรค์

โดยศาลเจ้าของอาแปะโรงสีนั้นตั้งอยู่ที่ปทุมธานี เลขที่ 2/1 หมู่ 3 ซอยวัดมะขาม ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 12000 ติดต่อ 025980203 หากใครสะดวกก็สามารถไปเคารพบูชาเซียนแปะโรงสีกันได้

เรียบเรียงโดย : Postsod

ขอขอบคุณ : parinyacheewit

แสดงความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here