พนักงานขอลา 5 วัน หัวหน้าไม่ให้ เลยเดินออกไปดื้อๆ พอกลับมาเพื่อนต่างร่วมยินดี

0

พนักงานขอลา 5 วัน หัวหน้าไม่ให้ เลยเดินออกไปดื้อๆ พอกลับมาเพื่อนต่างร่วมยินดี

ในช่วงชีวิตการทำงานนั้น นอกจากจะได้งานที่ดี งานที่ถูกใจ และได้ค่าตอบแทนที่ดีแล้ว การมีเพื่อร่วมงานและเจ้านายที่ดีก็ถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ในบางกรณีงานและค่าตอบแทนดีแต่เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานไม่ดี ไม่เข้าใจคอยดูแลกันก็ทำให้อยู่ได้ยาก ทำงานอย่างไมีความสุข เพราะในแต่ละวันเราใช้เวลาไปกับที่ทำงานมากกว่าใช้เวลากับที่บ้านซะอีก ดังนั้นแล้วการมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีย่อมทำให้เราทำงานได้อย่างมีความสุข และวันนี้เราก็ได้มีเรื่องเล่าในการทำงานมาฝากกัน

โดยเป็นเรื่องของอาหลิวซึ่งทำงานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่งมาเป็นระยะเวลานาน 7 ปีแล้ว เขาถือได้ว่าเป็นคนงานที่เก่าแก่ที่สุดคนหนึ่งของโรงงาน นายหลิวไม่เคยคิดลาออก เพราะรู้สึกว่าโรงงานอยู่ใกล้บ้าน แถมเงินเดือนก็ไม่แย่ ก็เลยทำงานที่โรงงานแห่งนี้มาโดยตลอด แต่เมื่อครึ่งปีก่อนญาติของเถ้าแก่ได้เข้ามาจัดการระบบของโรงงานใหม่ อาหลิวก็เริ่มรู้สึกว่าการทำงานในโรงงานแห่งนี้นั้นอยู่ยากขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะตั้งแต่เริ่มปีใหม่มานั้นสถานการณ์ของโรงงานก็เริ่มไม่ดีขึ้นเรื่อย ๆ เถ้าแก่จึงได้หาช่องทางทำเงินใหม่ๆ และได้ให้ญาติเข้ามาดูแลกิจการโรงงานแทน ส่วนตัวของเถ้าแก่เองนั้นก็ไม่ค่อยเข้ามา เมื่อญาติของเถ้าแก่เข้ามาบริหารก็เริ่มปรับเปลี่ยนระบบในโรงงานใหม่ โดยบอกออกมาว่าเมื่อก่อนเถ้าแก่ดีกับคนงานเกินไป ทำให้ผลกำไรของโรงงานไม่ค่อยดี จึงได้เพิ่มกฎหลายอย่างมากขึ้น เช่นให้ประชุมก่อนเริ่มงานครึ่งชั่วโมง เต้นแอโรบิก เข้าห้องน้ำห้ามนานเกิน 6 นาที ถ้าเกินปรับนาทีละ 100 บาท ทำให้คนงานเริ่มรู้สึกว่าระบบเหล่านี้เข้มงวดเกินไป

และเมื่อสองวันก่อนเนื่องจากอยู่ ๆ อากาศก็เย็นลง ส่งผลให้ลูกชายของอาหลิวป่วย เมื่อไปตรวจก็พบว่าต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวหนึ่งสัปดาห์ อาหลิวจึงไปขอลากับญาติของเถ้าแก่ 5 วัน แต่ญาติของเถ้าแก่ไม่ยอมให้เข้าพบ อาหลิวพยายามทุกวิธี แต่ญาติของเถ้าแก่ก็ไม่อนุญาต อาหลิวโกรธมากจึงเดินออกมา แล้วปิดมือถือ จากนั้นก็ไปเฝ้าลูกที่โรงพยาบาล โดยอาหลิวตัดสินใจแล้วว่ามากที่สุดก็คือลาออก

เวลาผ่านไปเมื่อลูกของอาหลิวหายดีแล้ว เค้าจึงกลับไปที่โรงงานเพื่อลาออก และก็ต้องแปลกใจเพื่อนร่วมงานวิ่งมาบอกกับเขาว่าเขาทำสำเร็จแล้ว อาหลิวงงมาก เพื่อนร่วมงานจึงเล่าให้ฟังว่า จากเหตุการณ์ที่ญาติเถ้าแก่ไม่ยอมให้อาหลิวลางานรู้ไปถึงหูเถ้าแก่แล้ว เพราะอาหลิวปิดมือถือ ญาติเถ้าแก่หาคนมาทำงานไม่ได้ ก็เลยโทรหาอาหลิว แต่เมื่อโทรไม่ติดก็โมโหโยนมือถือทิ้ง เถ้าแก่มาเห็นเข้าพอดี จึงได้ทราบเรื่อง แล้วก็โกรธมาก วันต่อมาญาติเถ้าแก่ก็ไม่เคยเข้ามาที่โรงงานอีกเลย

หากเราบริหารงานด้วยระบบอย่างเดียวโดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของลูกน้อง เราก็จะได้คนทำงานเพียงไม่นาน แต่ถ้าเราคอยดูแลเอาใจใส่ลูกน้องในระยะห่างที่พอดี เราก็จะได้ลูกน้องที่รักเราและรักบริษัทของเราด้วย

เรียบเรียงโดย : Postsod

ขอขอบคุณ : ไลค์เกอร์, postsara

แสดงความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here