ลักษณะ ข้อสังเกตุของผู้มีองค์เทพ กับอาการแปลกๆที่เกิดขึ้นกับตัว

0
4183

ลักษณะ ข้อสังเกตุของผู้มีองค์เทพ กับอาการแปลกๆที่เกิดขึ้นกับตัว

สำหรับผู้มีข้อสงสัยกับอาการแปลกๆที่เกิดขึ้นกับตัว หรือมีผู้มาทำนายทายทักว่ามีองค์ ส่วนมากมีปัจจัยร่วมดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ครับ

อาการของผู้มีองค์เทพ

1. มึนศีรษะข้างเดียวเป็นประจำ (บางทีทางการแพทย์ว่าเป็นไมเกรน)

2. หนักต้นคอ บางครั้งหนักบ่าสองข้างเหมือนมีใครมาขี่คอ บางครั้ง นั่งรถอยู่ดีๆก็รู้สึกหนักบ่า

3. แน่นหน้าอกเป็นบางครั้งเหมือนหายใจไม่อิ่ม บางคนเป็นบ่อยจน หมอว่าเป็นโรคหัวใจ

4. ฝันแม่นยำ มีลางสังหรณ์แม่นยำ บางทีเรียกสัมผัสที่หก หรือซิกเซ้นส์

5. ชอบฝันหรือตีเป็นตัวเลข เสี่ยงโชคได้ใกล้เคียง บางทีผิดแต้ม แต้มเดียว กลับบนกลับล่างกลับหน้ากลับหลัง ซื้อทีไรก็เฉี่ยวไปเฉี่ยว มาเป็นประจำ แต่ถ้าไม่ซื้อไปบอกใครเขาก็จะถูก

6. บางครั้งหูจะได้ยินเสียงเรียกชื่อเบาๆ เหมือนเสียงกระซิบก็มี เสียงดังก้องในหูก็มี

7. ไปตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือมีอะไรลี้ลับจะรับรู้โดยการสัมผัส ขนลุกชันเย็นว่าไปทั้งตัว

8. บางครั้งสวดมนต์เป็นภาษาบาลีอยู่ดีๆ ก้เปลี่ยนเป็นภาษาอื่น รัวเร็วขึ้น

9. หากนั่งสมาธิจะได้หูทิพย์ตาทิพย์เร็วกว่าคนอื่น

—————————————-
กรณีที่เกิดจากสัมภเวสี ถูกคุณของคุณไสย์

1. ปวดศีรษะเป็นประจำ

2. ปวดไหล่เป็นประจำ

3 .มือเท้าชาเป็นซีก

4. แน่นหน้าอกมากผิดปกติ

5. ปวดบริเวณกระเบนเหน็บ

6. มีอาการแน่นจมูกข้างใดข้างหนึ่งเสมอเวลานอน และสามารถกลับข้างได้ตลอด

7. เกิดภูมิแพ้ กระทันหัน

8. มีอาการเม่อลอย

9. อยู่ๆไม่ชอบอาบน้ำ

10. หน้าตาหมองคล้ำผิดปกติ

11. เวลาเขาใกล้จะได้กลิ่นเหม็นเน่าจากคนที่ถูกของ

12. นอนฝันร้ายเสมอ

13. มักพบเจอสัตว์มีพิษเสมอเช่น งู ตะขาบ แมงป่อง กิ้งกือ ในที่ๆไม่น่าจะพบเจอ

—————————————————

จากสองข้อด้านบน จะสามารถสรุปได้อย่างไรว่าเป็นเทพหรือสัมภเวสี ถ้าเป็นเทพต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า อาการต่างๆน่าจะออกมาในทางที่ดีครับ

ลักษณะของการประทับองค์

1. ประทับจากส่วนล่าง คือ สัมภเวสี หรือวิญญาณที่ตายแล้ว

2. ประทับจากด้านหลัง คือวิญญาณทั่วไปที่มีฤทธิ์มีอำนาจ มักเรียกขานในนามเจ้าพ่อเจ้าแม่

3. ประทับจากด้านหน้า คือวิญญาณของมนุษย์ที่ไปเกิดเป็นเทวดา ชั้นจาตุมฯ

4.ประทับจากทางบ่า มักเป็นเทพ หรือดาบสในระดับกลางๆ

5. ประทับจากกลางกระหม่อม มักเป็นเทพในระดับสูง

นี่คือหลักเบื้องต้นง่ายๆ สำหรับการใช้สำรวจตัวเอง อาจารย์มีความตั้งใจไว้ว่า เราเกิดมาในเมืองไทย โชคดีมีศาสนาพุทธเป็นเสาหลัก จึงนับได้ว่าเกิดมาในใต้ร่มเงาพระศาสนาครับ จึงเป็นหนึ่งเดียวในใจครับ เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้มั่นคง จะทำการใดไม่หวั่นไหว ส่วนในเรื่องสายเทพหรือการบูชา ขอให้เป็นเรื่องของความเลื่อมใสโดยตรงจะเหมาะสมกว่าครับ

พูดกันไปต่างๆนาๆ มีข้อสงสัยมากมาย เวลากรอกบัตรประชาชนมักจะถูกถามว่า ท่านนับถือศาสนาใด อาจารย์ก็กรอกลงไปเลยครับว่า ศาสนาพุทธ บางคนอาจารย์เคยเห็นระบุไปว่า พุทธ-ฮินดู นั่นเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่มาดูความเป็นจริง เราเป็นคนพุทธ ยังไม่สามารถไปวัดทุกวันพระได้เลย ถ้าหลายศาสนายิ่งยุ่งยากในการปฏิบัติครับ สิ่งที่ควรทำพิจารณาตัวเองครับ

๑. อย่างแรกเลือกศาสนาให้ชัดเจนครับว่ายังไง ศาสนาดีทุกศาสานา ท่านควรเลือกที่ท่านชอบและมีศรัทธาครับ อย่าเลือกไปมองที่ผู้ปฏิบัติ พราหมณ์ นักบวช สาวกหรือตัวพระสงฆ์ครับ เลือกที่ตัวองค์พระเจ้า คำสอน จะถูกต้องกว่า

๒. เรื่ององค์เทพ ให้มองที่ท่านเลื่อมใส ชื่นชมหรือมีนิมิตกับท่าน ท่านจะชอบกี่องค์แบบไหนองค์ไหน แต่ละคนไม่เหมือนกันครับ เหมือนดีเอ็นเอ คนมากมายแต่แตกต่างครับด้านพันธุกรรม ให้มองตรงจุดนี้ครับ บางท่านบูชาองค์เทพหลายแบบมากมายเป็นของรัก ความสุขทางใจไม่ว่ากันครับ แต่จะมีเพียงหนึ่งครับที่เป็นท่านโดยแท้

๓. ครูอาจารย์ ที่ท่านจะให้ความเคารพนับถือครับ ขอให้มีเพียงหนึ่งครับ ส่วนครูท่านอื่นขอให้เหมือนผู้ให้คำชี้แนะครับ

ทั้งสามข้อ อาจารย์เน้นให้เป็นเอกทันตะ คือเพียงหนึ่งเดียว เหมือนกระต่ายหรือนกครับ ลองได้เลือกใครแล้วมั่นคงยิ่งนักครับ

ศาสนาพุทธ สอน มรรคมีองค์แปด (อริยอัฏฐังคิกมรรค) เป็นมรรคเดียว (เอกายนมรรค) แต่ประกอบด้วยองค์ 8 ประการ

องค์ที่ 1 สัมมาทิฏฐิ = รู้ว่าถูกในสิ่งที่ถูก รู้ว่าผิดในสิ่งที่ผิด

องค์ที่ 2 สัมมาสังกัปปะ = คิด(ดำริ) ที่เว้นจากกาม พยาบาท เบียดเบียน

องค์ที่ 3 สัมมาวาจา = พูดจริง ไม่โกหก ไม่ยุแยง ไม่เพ้อเจ้อ ไม่หยาบ

องค์ที่ 4 สัมมากัมมันตะ = ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ขโมย ไม่ทำผิดในเรื่องคู่ครอง

องค์ที่ 5 สัมมาอาชีวะ = มีอาชีพที่ไม่ต้องผิดศีล

องค์ที่ 6 สัมมาวายามะ = ละอกุศล เพิ่มกุศล

องค์ที่ 7 สัมมาสติ = ตามระลึกถึงกิจที่ทำคำที่พูดแม้นานได้

องค์ที่ 8 สัมมาสมาธิ = มีจิตตั้งมั่น

มาว่ากันในเรื่องของสัมมาทิฏฐิ ในทางโหราศาสตร์ ผู้มีดาวมหาอุจจ์ติดตัวมาแต่กำเนิด หรือผู้มีดวงชะตาอาถรรพ์ด้วยดวงดาวที่ทำมุมกัน ในขณะที่มีการกำเนิด จะมีแรงกระตุ้นจากภายในหรือโองการสวรรค์ให้มีความชอบลึกๆต่อเทพองค์นั้นๆ เหมือนสัญชาติญาณ ของนกเกิดมายังไงก็บินได้ สุนัขตกน้ำยังไงก็ว่ายน้ำขึ้นฝั่งได้ครับ

ของแบบนี้ลางเนื้อชอบลางยาครับไม่ว่ากัน

๑. รักชอบ บูชาในแบบปกติเป็นสิทธิ์ส่วนตัวครับ จะมากมายแค่ไหนเป็นเรื่องของศรัทธาเฉพาะคนครับ บางท่านยิ่งบูชายิ่งรวย

๒. บางท่านบูชาแบบเปิด ที่พบเห็นกันทั่วไป มีไหว้ครูหรืออื่นๆแต่งตัวแปลกๆ คนไม่รู้ไม่เข้าใจบอกว่าบ้า บางเจ้าก็น่าศรัทธา บางเจ้าก็ดูแล้วบ้าจริงๆ

๓. บางท่านบูชาแบบเปิด แต่เป็นคนรวยมีเงินจิบไวน์ขวดละครึ่งแสนไม่มีใครว่าครับ เพราะจัดหรู คนที่จะไปว่าไม่มีปัญญาไปดูเขาจิบไวน์ครับ ไม่มีบัตรเชิญ

๔. บางท่านก็ลงลึกไปเลยครับเรื่องการบูชา

๕. บางท่านก็ทำแบบดีเอา-ชั่วไม่เอา ไหว้บูชาเทพ หรือแม้กระทั่งศาสนา ทำแล้วไม่รวยคว่ำขันธ์ครับ

แหล่งที่มา : ongtep

แสดงความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here