คนมีรถไม่ควรมองข้าม จุดสีบนยางรถ มีความหมาย

0

คนมีรถไม่ควรมองข้าม จุดสีบนยางรถ มีความหมาย

รถยนต์จะวิ่งได้ดีมากแค่ไหน ยางรถยนต์เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ หากใช้ยางที่ไร้ประสิทธิภาพ ย่อมทำให้การขับขี่ไม่สมดุลและอาจจะเกิดเหตุได้เหมือนกัน

ซึ่งในวันนี้เราจะพาเพื่อนๆทุกคนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของสิ่งที่เป็นจุดยางบนรถยนต์ บางคนอาจจะคิดว่าเป็นสีที่เลอะมาจากโรงงานผลิต แต่ความจริงแล้วสีแต่ละอย่างนั้นมีความหมายที่แตกต่างกัน ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีความหมายว่าอย่างไรกันบ้าง

Code ยางรถยนต์

185 คือ ความกว้างของยาง มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร

75 คือ ความสูงของแก้มยาง เท่ากับ 75% ของความกว้างยาง

R คือ ชนิดของยาง ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเรเดียลเกือบทั้งหมด

14 คือ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางล้อ หน่วยเป็นนิ้ว

82 พิกัดรับน้ำหนักบรรทุก

s พิกัดอัตราความเร็ว

ความกว้างของยาง หมายถึง ความกว้างสูงสุด ระหว่าง แก้มซ้าย-แก้มขวา

ความสูงของแก้มยาง โดยทั่วไปเราเรียกกันว่า “ซีรีย์ ” เช่น ซีรีย์ 60 สูง 60% ของความกว้างยาง

เส้นผ่าศูนย์กลางของล้อ โดยทั่วไปเราเรียกกันว่า “ขอบ” เช่น ยางขอบ 15 ใส่กับล้อ ขอบ 15

พิกัดรับน้ำหนักบรรทุก กับ พิกัดอัตราความเร็ว

Code วันผลิต

ยางรถยนต์ ยางส่วนใหญ่จะบอกไว้ รหัส (4202) หมายถึง ผลิตเมื่อ สัปดาห์ที่ 42 ของปี 2002

ตัวเลข คู่แรก คือ สัปดาห์ที่ 42 คู่หลัง คือ ปี 02

จุดสีเหลือง (Weight mark)

ที่แต้มไว้บริเวณแก้มยาง ก็คือ บริเวณที่ยังมีน้ำหนักเบา เมื่อเทียบกับบริเวณหน้ายางในบริเวณอื่น ทั้งนี้เพราะการผลิตยางในแต่ละล็อตนั้น ยางแต่ละเส้นมีน้ำหนักยังคงที่เท่ากันหมดทุกเส้น ดังนั้นแล้วผู้ผลิตยางจึงทำเครื่องหมายด้วยการแต้มสีเหลืองเอาไว้ เพื่อเป็นการให้ช่างทราบว่ายางเส้นนี้ และจุดนี้เป็นส่วนที่มีน้ำหนักเบาที่สุดบนยางเส้นนี้นั้นเอง
เมื่อนำตัวอย่างมาประกอบกับกระทะล้อ ควรให้วาล์วเติมลมตรงกับจุดสีเหลืองนี้ เพื่อที่จะช่วยให้น้ำหนักของยางสมดุลได้ดีกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยในการถ่วงล้อทำได้ง่ายขึ้น และไม่เปลืองตะกั่วถ่วงยางจนมากเกินไป

จุดสีแดง (Uniformity mark)

บริเวณหน้ายาง มีค่าความโค้งตามแนวเส้นรัศมีมากกว่าบริเวณอื่น จะพูดให้เข้าใจง่ายภาษาบ้านๆก็คือ จะเป็นจุดที่นูนที่สุดบนเส้นยางเส้นนี้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วยางที่ส่งให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ ใช้ประโยชน์จากจุดแดงจุดนี้ เนื่องจากกระทะล้อที่ส่งมาเพื่อประกอบกับยางจุดนี้แสดงถึงความโค้งที่ขอบกระทะล้อเช่นเดียวกัน เมื่อประกอบให้จุดทั้งสองตรงกัน จะช่วยให้ยางเส้นนี้มีความกลมตามแนวรัศมีได้ดีมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ในเรื่องของการติดตั้งยางเข้ากับตัวรถ จุดสีเหลืองและจุดสีแดงอยู่ด้านนอกหรือด้านใน ไม่ใช่ประเด็นใดสำคัญ แต่สิ่งที่คำนวณถึงก็คือทิศทางการหมุนของดอกยางเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ จะมีทั้งดอกยางแบบธรรมดาและดอกยางแบบทิศทางเดียว

สำหรับแถบเส้นสีที่หน้ายางจะเรียกว่า Runout Stripes

ตรงนี้จะบ่งบอกถึงความกลมของตัวยาง เราควรเลือกยางที่มีเส้นสีนี้อยู่ตรงกลาง หรือมีเส้นสมมาตร 2 เส้นทั้งซ้ายและขวา หรือถ้ามีเส้นนี้อยู่ด้านนอกทุกเส้น เราก็ควรเลือกที่ใส่ยาง ให้เส้นนี้อยู่ด้านนอกของยางคนละฝั่งกัน ไม่ควรให้เส้นสีอยู่ด้านเดียวกัน เพราะมันจะทำให้เราวิ่งกินแทรคไปด้านของเส้นสีที่ปรากฏ เช่น ถ้าหากล้อหน้ามีเส้นสีนี้อยู่ด้านซ้ายทั้ง 2 ล้อ รถจะวิ่งกินซ้ายนั่นเอง

สำคัญมาก

สำหรับตัวเลขทุกตัว ตัวอักษรทุกตัว สีทุกสี ล้วนแล้วมีความหมายอยู่ด้วยกันทั้งนั้น เรื่องนี้ช่างซ่อมรถยนต์ควรที่จะรู้และให้ความสำคัญมากๆ จะได้จัดการกับรถได้ถูกต้องถูกหลักการ

แต่ในมุมมองของผู้ใช้รถก็ควรที่จะรู้และมีความรู้ติดตัวเอาไว้เหมือนกัน จะได้เข้าใจเวลาช่างซ่อมรถของเรา เพราะช่างบางคนบางร้านอาจจะไม่รู้ และอาศัยความรวดเร็วในการซ่อม มักจะเอาเปรียบลูกค้าอยู่บ่อยครั้ง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าหากเรามีความรู้ติดตัวไว้ เราก็สามารถเถียงและบอกเหตุผลกับช่างโดยที่เราไม่โดนเอาเปรียบได้ง่าย

เขียน / เรียบเรียงโดย : Postsod

ข้อมูลส่วนหนึ่งจาก : bridgestone

ไม่อนุญาตให้คัดลอก ทุกกรณี บทความมีลิขสิทธิ์

แสดงความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here